วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

พระกำแพงเปิดโลก กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินเผา, พิมพ์เล็ก เนื้อดินเผา และเนื้อชินเงิน

 
 พระกำแพงเปิดโลก พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินเผา 


 
 พระกำแพงเปิดโลก พิมพ์เล็ก เนื้อดินเผา 


 
พระกำแพงเปิดโลก เนื้อชินเงิน


พระกำแพงเปิดโลก กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร

พระกำแพงเปิดโลก มีแพร่ไปในกรุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเพชร สุโขทัย ฯลฯ เป็นยาดำแทรกไปทุกกรุ ฉะนั้นพระแบบนี้ต้องมีอะไรดีเป็นแน่
การศึกษา การอ่านเนื้อ อ่านพิมพ์ต่อไปถึงการอ่านพุทธลักษณะว่า ควรจะเป็นอย่างไร

พระปางนี้เรียกว่าปางเปิดโลก หมายถึงการรู้ในโลกต่างๆ สมควรเป็นพระเปิดทางให้สามารถเห็นก่อนที่จะประสบ ได้โอกาสก่อน ย่อมมีภาษีดีกว่า หรืออีกทางหนึ่งคือ เมื่อมีอุปสรรคในการดำเนินงาน ก็เปิดทางให้ผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของ เคยมีประสบการณ์มาแล้ว ดำเนินการอะไรที่มีอุปสรรคก็ผ่านไปด้วยดี อย่างน่าอัศจรรย์

พระกำแพงเปิดโลกมีหลายขนาด หลายแบบ อาศัยขนาดความสูงเป็นหลัก งานประกวดหลายงาน พระขนาดใหญ่เอาไปประกบ ประกวดรวมกับพระเล็ก พระเล็กย่อมแพ้พระใหญ่ แต่ความนิยมพระกำแพงเปิดโลก นิยมพระเล็กมากกว่าพระใหญ่ นักประกวดก็เอาพระใหญ่มาเปลี่ยนชื่อ เป็นพระเล็กหลอกชาวบ้านจนได้ ใครที่ไม่รู้จักชื่อพระกำแพงเปิดโลกเม็ดทองหลาง มีขนาดเท่าเม็ดทุเรียนกันเป็นแถวๆ พระกำแพงเปิดโลกที่นิยมหากัน คือพระกำแพงเปิดโลกเม็ดทองหลาง และพระกำแพงเข็ม เมื่อลองใช้พระกำแพงเปิดโลกเม็ดทองหลาง หรือพระกำแพงเข็ม จะเห็นว่ามีพุทธคุณเฉียบขนาด

พุทธลักษณะ องค์พระปฏิมาประทับยืนตรงบนฐานเขียงกลม พระเศียรกลมเรียบ พระเกศรูปดอกบัวตูม พระพักตร์รูปไข่เรียบ ไม่ปรากฏรายละเอียด พระศอเป็นร่องตื้น พระอุระอวบ พระอังสากว้าง พระกฤษฎีคอด พระพาหาทั้งสองข้างทอดลงขนานลำพระองค์ พระหัตถ์ยื่นลง พริ้วสะบัด พระอุระ พระชงฆ์ และพระบาท อยู่ในลักษณะยืนตรง ประทับอยู่ภายในกรอบรูปนิ้วมือ ส่วนปลายครอบคลุมส่วนพระเศียร ลงขนานลงมาที่พระกรทั้งสองข้างมาบรรจบกันที่ใต้ฐานเขียง มีเนื้อเกิดนอกกรอบ โดยไม่มีการตัดปีก ด้านหลังนูนเล็กน้อย เป็นคลื่น มีลอยนิ้วมือกดแต่ง นี่เป็นลักษณะของพิมพ์ใหญ่เนื้อดินเผา 
พิมพ์ใหญ่ ดินเผา ขนาดกว้าง 2 ซม. สูง 5.5 ซม.
พิมพ์เล็ก ดินเผา ขนาดกว้าง 1.3 ซม. สูง 3.5 ซม.
เนื้อชินเงิน ขนาดกว้าง 1.5 ซม.สูง 4.7 ซม.

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระพิมพ์ชุดนี้ สร้างในยุคสมัยสุโขทัย กำเนิดที่กำแพงเพชร ศิลปะจึงเป็นสุโขทัยกำแพงเพชร ผู้อำนวยการสร้างได้แก่ผู้ปกครองท้องถิ่น โดยช่างศิลปะชาวกำแพงเพชร เป็นผู้ออกแบบในการสร้างพระพิมพ์ ในโอกาสที่มีการสร้างวัดซึ่งมีพระเจดีย์อยู่ด้วย และที่บรรจุพระเครื่องเหล่านี้ในกรุพระเจดีย์ เป็นการสืบต่อพระศาสนา

พุทธคุณ ช่วยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางทั้งปวงออกไป เปิดทางสะดวกในการดำเนินการงาน และรู้ล่วงหน้า ขนิดเป็นลางสังหรณ์ล่วงหน้าในเหตุการณ์ทั้งปวง






วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561

พระนางกำแพงคู่ กรุลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 


พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560



วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (วัดคลองด่าน) สมุทรปราการ พิมพ์เล็ก พิมพ์กลาง และพิมพ์ใหญ่

 

 


พิมพ์เล็ก


 

 

พิมพ์กลาง


 

 


พิมพ์ใหญ่


ชูชกหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง ฐานยันต์ห้า

 




พระหลวงปู่ทิม พิมพ์อื่นๆ






วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พระนางกำแพงลูกแป้ง พิมพ์เดี่ยวและพิมพ์คู่ เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 
พระนางกำแพงลูกแป้ง พิมพ์เดี่ยว


 
พระนางกำแพงลูกแป้ง พิมพ์คู่


พระนางกำแพงลูกแป้ง พิมพ์เดี่ยวและพิมพ์คู่ เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

อันที่จริงแล้ว พระนางกำแพงลูกแป้ง ที่แท้ก็คือ พระนางกำแพงพิมพ์เล็กนั่นเอง จะผิดกันก็อยู่ที่ความไม่เรียบร้อยขององค์พระจนถูกเรียกว่า “นางลูกแป้ง” เท่านั้น พระพิมพ์นี้มีขึ้นจากกรุบ่อยครั้ง และยิ่งระยะ พ.ศ. 2510 ผ่านไปแล้ว ไม่ว่ารุกลางทุ่งหรือกรุชายทุ่งก็ตาม พระนางลูกแป้งมักจะมีขึ้นจากกรุอยู่ตลอดมา

พุทธลักษณะ
1.พระนางลูกแป้งพิมพ์เดี่ยว องค์พระประทับนั่งราบปางมารวิชัย ภายในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ไม่ตัดกรอบมีเนื้อเกินโดยรออบ รูปองค์พระลางเลือนไม่ชัดเจน ด้านหลังเรียบอมนูน เป็นหลังเต่าเล็กน้อย เนื้อดินละเอียดผสมผงเผาไฟได้พระพิมพ์ดินเผาสีแดง ด้านหน้าลงรักดำมาแต่เดิม ด้านหลังมีราดำงอกขึ้นตามผิว
ขนาดฐานกรอบ กว้าง 1 ซม. สูง 1.8 ซม. หนา 0.5 ซม.
2.พระนางลูกแป้งพิมพ์คู่ องค์พระมีสององค์ประทับนั่งราบปางมารวิชัยเคียงกัน ภายในกรอบ รูปสามเหลี่ยมฐานโค้ง ลักษณะรูปกลีบดอกบัว
บานไม่ตัดแต่งกรอบ รูปองค์พระลางเลือนไม่ชัดเจน ด้านหลังอูมนูนเล็กน้อย มีลาบนิ้วมือตกแต่งเป็นคลื่นบนผิว เนื้อดินละเอียดผสมผงเผาไฟได้พระดินเผาสีแดง มีรารักสีดำเป็นจุดละเอียดเล็กๆบนผิวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ขนาดฐานกว้าง 2.5 ซม. สูง 2.8 ซม. หนา 0.8 ซม.

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระนางกำแพงลูกแป้ง เป็นพระพิมพ์สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยที่เมืองกำแพงเพชร ตั้งแต่พระมหาธรรมราชาลิไท พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ได้เสด็จมายังเมืองกำแพงเพชร สถาปนาวัดพระบรมธาตุไว้ ณ ลานทุ่งเศรษฐีเมื่อ พ.ศ.1900 และได้สร้างพระเครื่อง พระพิมพ์แบบต่าง บรรจุกรุพระเจดีย์ เป็นปฐมฤกษ์ไว้ด้วยอย่างมากมาย
พระเครื่องเมืองกำแพงเพชรมีมากมายหลายกรุ มีหลายรูปแบบ แตกต่างกันตามจินตนาการของชาวกำแพงเพชร โดยดำรงไว้ซึ่งศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ประยุกต์เข้ากับศิลปะของกำแพงเพชร เรียกกันว่า “ศิลปะสุโขทัยในพระกำแพง” โดยสร้างพระพิมพ์บรรจุกรุพระเจดีย์ ณ ลานทุ่งเศรษฐี ติดต่อกันเรื่อยมา จนถึงต้นยุคกรุงศรีอยุธยา จึงลดน้อยลง
พุทธคุณ พระพิมพ์กำแพงเพชรเนื้อดินเผา มีอานุภาพยอดเยี่ยมทางเมตตามหานิยม และโชคลาภ

พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560



พระกำแพงสิบ เนื้อดินเผา กรุทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 


พระกำแพงสิบ เนื้อดินเผา กรุทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร


พระกำแพงสิบมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น พระเจ้าสิบองค์ พระกำแพงสิบทิศ หรือ ปัญญาบารมี มีบางท่านเรียกว่า สิบนาง การเรียกชื่อตามจำนวนองค์พระปฏิมาที่ประดิษฐานอยู่ในรูปลีบดอกบัวหลวง มูลเหตุที่สร้างพระกำแพงสิบนี้คงเนื่องมาจาก “พุทธนิมิต” ที่พระพุทธองค์ทรงแสงยมกปาฏิหาริย์ให้บังเกิดพาหุภาพขึ้นถึง 10 พระองค์ ตามคติพุทธศาสนามหายาน อนึ่งจำนวนสิบพระองค์นี้ อาจสืบเนื่องมาจากทศชาติ(พระเจ้าสิบชาติ) อันเป็นเรื่องราวของบารมีธรรมที่พระโพธิสัตว์ทั้งสิบชาติได้บำเพ็ญเพียรมาอย่างอุกฤษฏ์

พุทธลักษณะ องค์พระปฏิมาทั้งสิบองค์นั้น เป็นพิมพ์ลักษณะประติมากรรมนูนต่ำลอยเด่นเหนือพื้นผนังด้านหลังที่รองรับ เรียงรายเป็นระเบียบสามชั้น แถวชั้นบนมี 3 องค์ แถวชั้นกลางมีสี่องค์ แถวชั้นล่างมี 3 องค์ แต่ระยะช่องไฟแต่ละองค์ห่างกันกันพองาม หันพระเศียรเรียงรายขึ้นสู่ส่วนยอดของกลีบบัว

ขนาดองค์พระปฏิมาทั้งสิบองค์มีขนาดเท่ากัน แต่ละองค์มีฐานกว้าง 0.9 ซม. สูง 1.3 ซม. องค์พระประทับนั่งราบ ปางสมาธิ บนอาสนะฐานเขียงชั้นเดียว พระเศียรกลม พระเกศยาวเรียวปลายยาวแหลม พระพักตร์รูปไข่ พระกรรณยาวแนบพระปราง พระอุระใหญ่ พระอุทรคอด พระพาหาทั้งสองกางพระกัประเล็กน้อย พระกรขวาและซ้ายทอดโค้งอ่อนสลวย พระหัตถ์ทั้งสองวางประสานเหนือพระเพลาพอดี ช่องพระพาหาเห็นชัดเจน การจัดวางเรียงองค์พระปฏิมาตามตำแหน่งสัดส่วนเรขาคณิตอย่างน่าทึ่งในศิลปะของกำแพงสิบ ซึ่งออกแบบสร้างขึ้นอย่างประณีตวิจิตรพิสดารยิ่งนัก ทั้งหมดอยู่ภายในกรอบรูปกลีบดอกบัวหลวง มีส่วนกว้าง 4.2 ซม. ส่วนสูง 5 ซม. ด้านหลังเรียบโค้งอูมนูนแบบหลังเต่า

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง ศิลาจารึกนครชุมหลักที่ 3 เป็นแผ่นหินอ่อนสีดำ มีอักษรจารึกด้านหน้า 78 บรรทัด ด้านหลัง 58 บรรทัด แต่งขึ้นในรัชกาลพระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์กรุงสุโขทัย กล่าวถึงการสร้างพระเจดีย์ 3 องค์ในวัดบรมธาตุ นครชุม ในปีปีพ.ศ.1900 เดิมทีศิลาจารึกนครชุมนี้อยู่ในวัดเสด็จ หลังจากที่ทราบว่ามีพระเจดีย์บรรจุพระธาตุอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง  จึงมีการค้นหา เพราะขณะนั้นพื้นที่รกร้างเป็นป่าอยู่ พระยากำแพงเพชร(น้อย)ผู้ว่าราชการเมืองได้ค้นพบวัดและพระเจดีย์ ได้พบแผ่นลานเงิน ระบุถึงพระฤๅษี 11 ตน มีพระฤๅษีพิลาลัย พระฤๅษีตาวัว พระฤๅษีตาไฟ เป็นประธาน แก่พระฤๅษีทั้งหลาย ได้สร้างพระซุ้มกอ พระเม็ดขนุน พระพลูจีบ และพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐี เช่น พระว่านหน้าทอง พระกลีบบัว พระเปิดโลก พะงบน้ำอ้อย รวมทั้ง พระกำแพงสิบ เป็นต้น ทั้งหมดเหล่านี้เป็นศิลปะสุโขทัยร่วมกับศิลปะกำแพงเพชรเองประยุกต์เข้าด้วยกัน

มวลสารที่ใช้สร้าง พระเครื่องเนื้อดินที่ขุดพบจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง หรือจากลานทุ่งเศรษฐี มักมีเนื้อดินละเอียดหนึกนุ่มเป็นพิเศษ จนเรียกติดปากว่า “เนื้อทุ่ง” เช่นพระซุ้มกอ พระเม็ดขนุน พระพลูจีบ เป็นต้น ยังมีพระกำแพงพวกหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ พระกำแพงสอง พระกำแพงสาม พระกำแพงห้า พระกำแพงสิบ พระประเภทนี้มีทั้งเนื้อดินและเนื้อชินเงินซึ่งพบน้อย พระเนื้อดินมีทั้งเนื้อดินละเอียด และเนื้อดินหยาบ
พระดินเผา วัสดุส่วนใหญ่ คือดินละเอียดในท้องถิ่น บดกรองเม็ดกรวดทรายออกหมด ผสมด้วยผงว่านศักดิ์สิทธิ์ตามตำราโบราณ สร้างเป็นพระพิมพ์ดินเผา

พุทธคุณ พระกำแพงสิบ มีพุทธคุณและอานุภาพมาก นักพระเครื่องรุ่นเก่าเชื่อมั่นว่า มีพระกำแพงสิบไว้ติดตัวเพียงองค์เดียว สามารถคุ้มครองปกป้องอันตรายได้ทั้งมวล ดุจดังยมกปาฏิหาริย์ของพระพุทธองค์ สามารถขจัดเภทภัยและอัปมงคลทั้งปวง อีกทั้งยังดลบันดาลให้บังเกิดมหาลาภและเพิ่มพูนโภคทรัพย์ด้วยเป็นมหาเศรษฐี ดุจดังมงคลนามของพระเครื่องได้จากลานทุ่งเศรษฐี

พระคาถา “หัวใจทศชาติ” ได้แก่ “เต ชะ สุ เน มะ ภู จะ นา วิ เว” คาถานี้ใช้ได้สารพัดอย่าง ดีเด่นทั้งทางเมตตา คงกระพัน แคล้วคลาด ตลอดจนใช้ทำมนต์ปัดเป่า ถอนคุณแก้ไสย แก้อัปมงคล ป้องกันเสนียดจัญไร




วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม

 

 

 

พระสมเด็จ"พิมพ์เกศบัวตูม" วัดระฆังฯเป็นอีกพิมพ์หนึ่งที่งดงามมาก ปรากฏมีน้อยมาก ลักษณะทั่วไปอยู่ในระหว่างพิมพ์เจดีย์ พิมพ์ฐานแซมและ พิมพ์สังฆาฏิ ความงามของพิมพ์เกศบัวตูมนี้ มีความสง่างามกะทัดรัดในลักษณะเฉพาะตัวเป็นพิเศษ  กอปรด้วยพุทธลักษณะหลายแบบผสมกันแล้วกลั่นกรองออกมาเป็นพุทธศิลป์อีกแบบหนึ่งพุทธลักษณะพิเศษของพิมพ์นี้คือ พระเกตุตุ้ม มิได้เนื่องมาจากความผึ่งผงาดเช่น พิมพ์พระประธาน หรือความนูนเด่นเน้นพุทธลักษณะเช่นพิมพ์เจดีย์ พุทธะลักษณะพิเศษของพิมพ์เกศบัวตูมนี้คือ "พระเกศตุ้ม"จึงเรียกว่า "พิมพ์เกตุบัวตูม"

พระเกศ
มีลักษณะ ๓ แบบ คือ แบบตุ้ม แบบจิ่ม(เล็ก) และแบบเรียว

พระศิระและวงพระพักตร์
มี ๓ แบบ คือ
แบบผลมะตูม แบบป้อม และ แบบตั๊กแตน

พระกรรณ (หู)
ด้านซ้าย ใบพระกรรณเรียวคมและบางมาก ปลายห้อยระย้าประพระอังสาซ้าย
ด้านขวา ใบพระกรรณหนากว่าเบื้องซ้าย แต่รางเลือนมาก

พระศอ
มี ๓ แบบ แบบลำ แบบชะลูด และ แบบกลืนหาย

พระอังสกุฎ (หัวไหล่)
ทั้งสองลู่น้อยๆไม่เป็นปมเขื่อง

ลำพระองค์
มี ๒ แบบ แบบทึบ และแบบโปร่ง

พระเพลา
มี ๒ แบบ แบบขัดสมาธิเพชร และแบบขัดสมาธิราบ

มูลสูตรพระอาสนะ
๑.เส้นขีดแซมบน จะมีปรากฏเสมอทุกแบบพิมพ์
๒.ฐานชั้นบน หรือหน้ากระดานตัวบน มีสัณฐานนูนหนามาก
๓.เส้นขีดแซมล่าง คือบัวลูกแก้ว รางเลือนมาก
๔.ฐานชั้นกลาง ฐานสิงห์ มีช่วงแคบหรือสั้นกว่าฐานชั้นบน
๕.ฐานชั้นล่าง หรือหน้ากระดานตัวล่าง มีช่วงกว้างล้ำแนวหัวฐานชั้นกลางและหัวฐานชั้นบนออกมามากอย่างสังเกตได้ขัด

จำแนกพระอาสนะ
มี 2 แบบ แบบโปร่ง และแบบทึบ

ซุ้มประภามณฑล
เส้นซุ้มมีความหนาค่อนข้างมาก ทรวดทรงได้สัดส่วน มักจะไม่โย้แป้วหรือย้วย มากนัก

สัณฐานมิติ
โดยเกณฑ์เฉลี่ยดังนี้
๑.ความกว้าง(กรอบล่าง)
ประมาณ ๒.๒๐-๒.๔๐ซม.
๒.ความสูง(แนวดิ่ง)
ประมาณ๓.๓๐-๓.๔๐ซม.
๓.ความหนา(ขอบ)
ประมาณ ๐.๔๐-๐.๕๕ซม.

การจำแนกแบบพิมพ์
พิมพ์เกตุบัวตูมจำแนกได้ 5 พิมพ์
1.พิมพ์เขื่อง
2.พิมพ์โปร่ง
3.พิมพ์สันทัด
4.พิมพ์ย่อม
5.พิมพ์เกตุบัวเรียว


ที่มา ตรียัมปวาย


พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ