แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระกำแพงลีลาพลูจีบ เนื้อดินเผาสีแดง มีคราบน้ำหมากสีดำ กรุวัดพิกุล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระกำแพงลีลาพลูจีบ เนื้อดินเผาสีแดง มีคราบน้ำหมากสีดำ กรุวัดพิกุล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

พระกำแพงลีลาพลูจีบ เนื้อดินเผาสีแดง มีคราบน้ำหมากสีดำ กรุวัดพิกุล ลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร

 

พุทธลักษณะและพิมพ์
1.พระเกศทรงปลี ขอบพระเกศด้านขวามักจะมีรอยขีดเซาะคล้ายถูกของมีคม
2.พระพักตร์ทรงผลมะตูม คล้ายพระขุนแผนวัดพระรูป พระกรรณเบื้องขวาปรากฏเพียงเงาๆ เบื้องซ้ายถูกพระพักตร์บังไว้ เหมือนพระกำแพงเม็ดขนุน
3.พระศอเป็นลักษณะกลืนหาย เป็นร่องตื้นๆและมักจะมีริ้วธรรมชาติ หรือรอยย่นของเนื้อพระเป็นริ้วน้อยๆ
4.พระอังสาเป็นโค้งน้อยๆ 3 ลอน คือหัวไหล่ทั้งสองโค้งขึ้นและแนวไหปลาร้าเป็นแนวโค้งลง บางพิมพ์หัวไหล่เบื้องขวาสูงกว่าเบื้องซ้าย แต่บางองค์มีลักษณะตรงข้าม
5.พระอุระมีส่วนนูนเด่นเพียงเล็กน้อย พระอุระเบื้องซ้ายมีพระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นบังไว้
6.พระบาทเบื้องซ้ายยกขึ้นในปางประทานอภัย แยกเป็นง่าม พระหัตถ์ที่ยกขึ้นเขื่องกว่าของพระกำแพงเม็ดขนุน พระพาหาเบื้องขวาทอดลงในลักษณะลีลาอันอ่อนช้อย เรียกกันว่า “เล่นแขน” และนิ้วพระหัตถ์ขวาไม่กางเหมือนพระเม็ดขนุน แต่มีลักษณะให้เห็นในด้านข้างหรือสันพระหัตถ์และพระอังคุฐ ช่วงพระหัตถ์ค่อนข้างยาวมาก
7.ลำพระองค์ เอวมีลักษณะเรียวเพียงเล็กน้อยปรากฏรัดประคดเป็นลักษณะนูนขึ้นสองเส้น
8.พระเพลาทั้งสองทอดเป็นเส้นขนานกันอย่างงดงาม พระเพลาซ้ายงอ และพระชานุขอเล็กน้อย
9.ชายพระจีวรเบื้องซ้ายกางออกมาและทิ้งชายขอบพริ้วไสวงดงามกว่าของพระกำแพงเม็ดขนุน ชายขอบล่างลากเป็นแนวเฉียงตัดเข้าหาข้อพระบาทเบื้องซ้าย และพาดทับข้อพระบาทเป็นเส้นนูนทำให้มีลักษณะคล้าย “สวมกางเกงจีน” ชายจีวรเบื้องขวา เป็นแนวลากติดต่อลงมาจากปลายนิ้วพระหัตถ์เบื้องขวา ริ้วของชายจีวรมีความคมน้อยกว่าเบื้องซ้าย
10.พระลักษณะการย่างเยื้องต่างจากรพกำแพงเม็ดขนุน คือการวางพระบาททั้งสองมีลักษณะขนานหรือประสานกัน ส้นพระบาททั้งคู่ยกเผยอขึ้นจากอาสนะเล็กน้อย ตัวพระบาทแสดงรายละเอียดชัดเจนมาก คือปลายหัวแม่เท้าทั้งสองงอนเชิดขึ้น ตัวพระบาทคอดงดงามที่สุด เมื่อพิจารณาลีลาของพระบาทประกอบถึงพระพาหาและพระกรแล้ว จะเห็นได้ว่า ลีลาการเคลื่อนไหวของพระกำแพงพลูจีบ มีลักษณะการเลื่อนแล่นไปทางเบื้องซ้าย
11.พระอาสนะมี 4 ชั้น ชั้นบนเป็นบัวหงาย 3 กลีบ ลักษณะคล้ายหัวข้าวหลามตัดขนมเปียกปูน และอีก 3 ชั้น เป็นหน้ากระดาน มีลักษณะเป็นขีดๆ ส่วนมากจะปรากฏเป็นขีดเดียว หรือสอองขีดเท่านั้น
12.ซุ้มเรือนแก้ว ปรากฏเป็นแนวโค้งมาจากพื้นผนังล้อมรอบองค์พระปฏิมา มีลักษณะเป็นแอ่งท้องกระทะลึกลงไปในพื้นผนังเล็กน้อย และจะปรากฏ “ริ้วรอยธรรมชาติ” เป็นริ้วละเอียดทั่วไปในพื้นคูหา หรือในซอกพระพาหา
13.ปีกพระเครื่องชนิดนี้ส่วนมากไม่ปรากฏ การปาดของเศษเนื้อโดยรอบให้เสมอกับขอบเรือนแก้ว ไม่เหลือเนื้อขอบปีกไว้ ซึ่งต่างจากเม็ดขนุน
14.รอยเม้มปีกด้านใต้ขอบพระอาสนะ มีลักษณะ “ฐานพับ” เช่นเดียวกับพระรอด และมีลักษณะรอยเล็บจิก เกิดจากการแงะพระออกจากพิมพ์ แต่บางองค์อาจไม่ปรากฏ
15.ด้านหลังลักษณะโค้งหลังเต่าน้อยๆเช่นเดียวกับพระรอด

ยุคสมัย ศิลปะ และผู้สร้าง พระกำแพงลีลาพลูจีบเป็นพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐี ศิลปะสุโขทัยยุคต้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท รัชกาลที่ 5 ในราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ในศิลาจารึกได้พรรณนาถึงพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ไว้มากมาย เป็นผู้ให้กำเนิดไว้ เมื่อ พ.ศ.1900 ประมาณ 700 กว่าปีมาแล้ว พบครั้งแรกที่กรุวัดพระบรมธาตุ เมื่อพ.ศ. 2392 ต่อมายังพบที่กรุวัดพิกุลอีก เมื่อพ.ศ. 2470 และนานๆครั้งก็พบที่กรุเจดีย์กลางทุ่งเพียงองค์สององค์เท่านั้น พระลีลากำแพงพลูจีบ มีสร้างไว้ทั้งชนิดเนื้อว่าน เนื้อดิน เนื้อชิน ที่นิยมกันมากคือเนื้อดิน มีทั้งชนิดสีแดง เหลือง เขียวและดำ พระกำแพงพลูจีบแตกกรุจากลานทุ่งเศรษฐี มีจำนวนน้อยมาก คือจำนวน 1 องค์ต่อ 1,000 องค์ของพระเครื่องที่แตกจากกรุ

มวลสารใช้สร้าง
1.ความละเอียด เนื้อละเอียดมาก นอกจากพระรอดแล้วต้องนับว่า เนื้อพระเครื่องกำแพงทุ่งเศรษฐี มีความละเอียดของเนื้อสูงกว่าพระเครื่องกรุอื่นนอกทุ่งทั้งหลาย
2.ความนุ่ม เนื้อพระมีความนุ่มสูงสุดในบรรดาพระเครื่อง
3.ความแกร่งมีน้อย
4.ความหนึก มีความหนึกสูงสุด
5.ความฉ่ำ เนื้อมีความฉ่ำยิ่งกว่าพระเครื่องทั้งหลาย เป็นเนื้อที่เกิดเงาสว่าง งดงามถึงขนาดสดใส ไม่หมองมัว
6.ความซึ้งมีมากกว่าพระดินเผาด้วยกัน
7.ว่านดอกมะขามมีบางตา
8.คราบน้ำหมากมีปรากฏเป็นบางองค์
9.ขี้กรุ เป็นผงดินละเอียดสีเทานวล

พระพุทธคุณ ดีเด่นในด้านเมตตามหานิยม มีอำนาจและโชคลาภอย่างหาที่เปรียบมิได้


พระลีลา องค์อื่นๆ