วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระกำแพงท่ามะปราง ทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร เนื้อชินรัชตาภร (ชินเงิน)

 


พระกำแพงท่ามะปราง กำเนิดขึ้นจากกรุต่างฝั่งทุ่งเศรษฐีทุกกรุ และจากกรุต่างๆในตัวจังหวัดกำแพงเพชรหลายกรุด้วยกัน เช่น กรุวัดพระนอน กรุวัดพระสี่อิริยาบถ กรุวัดอาวาสน้อย เป็นต้น 
พระกำแพงท่ามะปรางมีขึ้นจากรุวัดพระบรมธาตุเป็นครั้งแรก เมื่อพ.ศ.2392 ด้วยพระที่มีฝ้ากรุและไขขาวเกาะกันหนามาก และบางวัดก็เป็นพระผิวดำ ต่อมา พ.ศ.2503ก็พบที่กรุวัดพระสี่อิริยาบถเป็นพระเนื้อชินผิวปรอทขาวทั้งหมด ล่าสุดพ.ศ.2512 พบอีกในย่านใกล้ๆวัดสี่อิริยาบถนั่นเอง พระท่ามะปรางเมืองกำแพงเพชรมีสร้างทั้งชนิดเนื้อดินแก่ว่าน และชินเงิน ซึ่งจะมีทั้งผิวดำและผิวปรอทขาว ที่นิยมกันมาก เป็นชนิดเนื้อชินกรุวัดพระบรมธาตุ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดช้างล้อม เป็นกรุเก่า และกรุวัดพิกุล กรุชายทุ่งทุกกรุจะเป็นพิมพ์เดียวกันคล้ายกัน น่าจะเป็นฝีมือช่างคนเดียวกัน โดยสร้างหลายครั้ง
พระกำแพงท่ามะปราง เป็นพระพิมพ์ลึกสวยงาม ชัดเจนงดงามกว่าพระท่ามะปรางกรุอื่นๆ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับของจังหวัดพิษณุโลกต้นแบบ เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์และสุโขทัย จะมองเห็นถึงความแตกต่างชัดเจน พุทธคุณก็ไม่ด้อยไปกว่าของพิษณุโลก พระท่ามะปรางจัดว่าของจังหวัดกำแพงเพชร เนื้อชินเป็นพระพุทธปฏิมากร โดยฝีมือช่างกำแพงเพชร รอยเว้าด้านข้างขององค์พระเป็นเส้นย่อจำลองซุ้มของพระพุทธชินราช พระพิมพ์นี้ก็คือพระพิมพ์ พระพุทธชินราชจำลองนั่นเอง จึงได้รับการยกย่องว่า มึความงามเป็นเลิศ งามกว่าพระเครื่องปางประทับนั่งทุกพิมพ์ในประเทศไทย และอยู่ในอันดับ 1 ใน 9 ของพระพิมพ์ยอดขุนพล เนื้อชินเงิน

พุทธลักษณะ
1.องค์พระปฏิมาประทับนั่งราบปางมารวิชัย พระเศียรกลมโต พระศกเป็นตาสี่เหลี่ยม พระเมาลีเป็นมวยเล็ก พระเกศรูปดอกบัวตูมค่อนข้างยาว วงพระพักตร์รูปไข่ พระเนตรแบบตาเนื้อเหมือนตาจริง พระขนงโก่งโค้ง พระนาสิกเป็นสัน ปลายพระนาสิกใหญ่ พระกรรณยาวจรดพระอังสา พระศอมีเส้นนูนเป็นปล้องสองเส้น พระโอษฐ์ชัดเจนสวยงามเน้นให้เห็นพระหนุ
2.พระอุระอวบได้สัดส่วน ครองจีวรห่มดองแนบเนื้อ เปิดพระอังสาขวา จีวรเป็นเส้นนูนโค้งตรงใต้พระถันขวา สังฆาฏิเป็นเส้นคู่พาดยาวลงเหนือพระนาภี  พระกฤษฎีคอด พระพาหาทอดลงอ่อนช้อยข้างลำพระองค์ พระกรขวายกโค้งดังงวงไอยรา พระหัตถ์กางพระดรรชนี วางกุมพระชานุลักษณะเข่าใน หักพระกัประพระกรซ้ายโค้งเข้าในพระหัตถ์ วางหงายบนพระเพลา ปลายพระดรรชนีชี้โค้งขึ้นเกือบจรดพระกรขวา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลากว้าง พระชงฆ์และพระบาทขวาวางซ้อนบนพระชงฆ์ซ้าย ข้อพระบาททั้งสองปรากเส้นจีวรนูนชัดเจน ประทับบนบัลลังก์รูปดอกบัวบาน ชั้นบนเป็นฝักบัวมีเกสรเรียงรายโดยรอบ ชั้นล่างเป็นกลีบบัวเล็บช้างห้ากลีบใหญ่แซมด้วยกลีบเล็ก
4.องค์พระเป็นพระพุทธปฏิมานูนต่ำ ประดิษฐานภายในกรอบรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีรอยหยักด้านข้างตามรูปองค์พระจำลองตามแบบพระพุทธชินราช ด้านหลังพระพิมพ์เป็นแอ่งโค้งท้องกระทะ มีลายผ้าตาละเอียดที่ใช้กดพิมพ์ ความหนาจะบาง ตามมาตรฐานขิงเนื้อชิน

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระกำแพงท่ามะปราง เป้นพระสกุลกำแพงเพชร อำนวยการสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์กรุงสุโขทัย เมื่อพระองค์เสด็จมาสถาปนาวัดพระบรมธาตุ ณ ทุ่งเศรษฐี ในปีพ.ศ. 1900 อยู่ในยุคราชอาณาจักรสุโขทัยกำลังรุ่งเรืองและเจริญถึงขีดสุด โดยช่างชาวกำแพงเพชร บรรจุกรุในพระเจดีย์วัดพระบรมธาตุเป็นครั้งแรก ศิลปะสุโขทัยที่งดงามมากพิมพ์หนึ่ง ปัจจุบันเป้นของหายาไปแล้ว อายุถึงปัจจุบันราว 60 กว่าปี

มวลสารใช้สร้าง
เนื้อชินรัชตาภร (ชินเงิน)เป็นโลหะผสมระหว่างตะกั้งกับดีบุเป็นหลัก หลอมละลายเข้าด้วยกันเป็นเนื้อเดียว หล่อเป็นพระพิมพ์ชินแข็ง บรรจุกรุในที่สูงพ้นจากการแช่น้ำ พระที่ออกมาจากรุใหม่ๆจะมีผิวขาวทุกองค์เหมือนอาบปรอทไว้ แต่ความจริงแล้วเป็นผิวของโลหะดีบุกมิใช่ปรอท ถ้าถูกจับต้องบ่อยๆผิวจะดำจากน้ำมันและเหงื่อในมือ จะทำให้ขาววาวเหมือนเดิมไม่ได้ ด้วยกาลเวลายาวนาน จะเกิดสนิมเมจกภัสสร์ เป็นสนิมขุมตื้น มีไขขาวสีนวลอยู่ในขุมนั้นประปรายเป็นหย่อมเล็กๆด้านหน้า รวมมีฝ้าขาวบางๆรวมอยู่ด้วย
ขนาด ฐานกว้าง 2.3 ซม. สูง 3.6 ซม. หนา 0.1 ซม.
พระกำแพงท่ามะปราง มีทั้งเนื้อชินและเนื้อดินอย่างมากมาย ตามกรุต่างทั้งฝั่งทุ่งเศรษฐีและฝั่งศาลากลาง แต่ชนิดเนื้อดินมีจำนวนน้อยกว่าเนื้อชินมาก

พุทธคุณ
มีคุณวิเศษหลายประการดีเยี่ยมด้านแคล้วคลาด และคงกระพัน เป็นเอกทีเดียว มีประสบการณ์มาแล้ว ส่วนความอลังการและลักษณะทั่งไปน่าจะทำให้มีฐานะมั่นคงจากโชคลาภ และมีมหานิยมด้วย

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ลึก ดินเผาสีแดง กรุวัดพิกุล ทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 


พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ลึก ดินเผาสีแดง กรุวัดพิกุล ทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

กรุวัดพิกุล เป็นวัดหนึ่งอยู่ในอาณาบริเวณทุ่งเศรษฐี เป็นวัดร้าง เป็นวัดเดียวที่มีชื่อมากในเรื่องพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐี เช่น พระซุ้มกอ, พระเม็ดขนุน, พระว่านหน้าทอง แม้กระทั่งพระนางกำแพง พระเคราองกรุนี้นอกจากจะมีเนื้อนุ่มจัดแล้ว พิมพ์ขององค์พระเท่าที่ปรากฏแต่ละแบบมักอ่อนไหว สมส่วน งามหาที่ติมิได้ แต่ละองค์จะคงไว้ซึ่งศิลปะสุโขทัย เต็มอิ่มและบริสุทธิ์ทีเดียว

พุทธลักษณะ
1.องค์พระปฏิมา ประทับนั่งราบปางมารวิชัย พระเศียรกลม พระเกศาเรียบ พระเมาลีเป็นมวยเล็ก พระเกศารูปดอกบัวตูม พระพักตร์ทรงผลมะตูม ปรากฏพระเนตร และพระนาสิกรางๆ พระกรรณเป็นเส้นกลืนหายไปกับพระปราง พระศอเป็นร่อง
2.พระอุระอวบอูมแบบนักกล้าม พระอังสากว้างใหญ่ พระกฤษฎีคอดกิ่ว พระอุทรเป็นลอน พระพาหาทอดลงกางออกเล็กน้อยข้างลำพระองค์ หักพระกัประ พระกรซ้ายโค้งเข้าในหงายพระหัตถ์วางบนพระเพลา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลากว้าง พระชงฆ์และพระบาทขวาวางราบบนพระชงฆ์ซ้าย ยกลอยบนอาสนะเป็นเส้นหวายผ่าซีกชั้นเดียวยาวตลอดช่วงพระเพลา
4.องค์พระเป็นประติมากรรมนูนต่ำลอยองค์ ประดิษฐานภายในกรอบรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านพระปฤษฎางค์เป็นพื้นผนังแบนเรียบไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง ส่วนด้านหลังพระพิมพ์แบบเรียบ ความหนาด้านข้างสัน กรอบพระพิมพ์จัดว่า เป็นพระเครื่องที่บางที่สุด เช่นเดียวกับพระนางกำแพง พิมพ์ตื้น

ยุคสมัยและผู้สร้าง
ตามหลักฐานจากศิลาจารึกนครชุมหลักที่3 ควบคู่กับใบลานเงินที่พบในกรุวัดพระบรมธาตุฝั่งนครชุมนั้น เป็นข้อมูลบ่งชี้ว่า พระเครื่องต่างๆ รวมทั้ง พระนางกำแพงที่พบในกรุ วัดบรมธาตุเมื่อพ.ศ.2392นั้น ในสมัยสุโขทัยช่วงระยะ พ.ศ. 1900 พระมหาธรรมราชาลิไท ได้เสด็จไปสถาปนาวัดพระบรมธาตุ ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ และบำเพ็ญพระราชกุศลเกี่ยวเกี่ยวกับพระศาสนาไว้ ณ ที่นครชุมอีกเป็นอันมาก
พระเครื่องสกุลกำแพงเพชร สมัยเริ่มแรก พระมหากษัตริย์เป็นผู้อุปถัมภ์อำนวยการสร้าง โดยฝีมือช่างชาวกำแพงเพชร เป็นผู้รังสรรค์ผลงานให้เป็นศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ มีความเรียบง่าย เน้นให้องค์พระปฏิมาโดดเด่นที่สุดและสวยงามที่สุด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพิมพ์ศิลปะสุโขทัยยุคทองและรุ่งเรืองที่สุดที่เรียกว่า “คลาสสิเคิล สุโขทัย พีเรียด” พระนางกำแพงนี้ หลังจากได้เผยโฉมออกจากกรุปฐมฤกษ์เมื่อ พ.ศ.2392 แล้วนั้น ก็เริ่มได้มีการขุดหาพระเครื่องทางฝั่งนครชุมและฝั่งตะวันออกของจังหวัดกำแพงเพชรเรื่อยมา กรุวัดพิกุลก็เป็นกรุหนึ่งได้ถูกเปิดภายหลังจากกรุวัดบรมธาตุไม่กี่ปี มีพระพิมพ์ต่างๆเกือบทุกแบบ เช่นเดียวกับกรุวัดพระบรมธาตุนั่นเอง

มวลสารใช้สร้าง
เนื้อดินเผา วัสดุส่วนใหญ่คือดินละเอียด มีแร่ดอกมะขามโดยธรรมชาติ บดกรองเอากรวดแร่ก้อนใหญ่ออกหมด ผสมว่านศักดิ์สิทธิ์ ตามตำราโบราณ สร้างเป็นพระพิมพ์ บรรจุเข้าเตาอบเผาไฟ ได้พระพิมพ์ดินเผาสีแดง เนื้อละเอียดนุ่มจัดด้วยแก่ว่านผสมไว้มาก มีแร่ดอกมะขามเป็นจุดสีแดงเล็กๆ เท่าปลายเข็ม ประดับแต้มลอยเด่นขึ้นบนผิว ขี้กรุเป็นคราบดินบางๆเคลือบบนผิว มีราดำเป็นหย่อมๆประปรายเล็กน้อยด้านหน้า
ขนาด ฐานกว้าง 1.7 ซม. สูง 2.7 ซม. ขอบสันกรอบหนา 0.2 ซม.

พุทธคุณ
เมตตามหานิยม โชคลาภจากทรัพย์สินเงินตรา คุณวิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ แคล้วตลาดจากอุบัติภัยทั้งปวง เป็นที่ประจักษ์แล้ว นับว่าใครมีพระนางกำแพงกรุใดก็ตาม นับว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

อาราธนาวิธี
จากตำนานลานเงิน ได้กล่าวถึงอาราธนาวิธี สำหรับพระเมืองกำแพงเพชร ดังนี้
1.ให้ถวายพรพระ แล้วจึงเอาไว้ใช้ตามอานุภาพ ให้ระลึกถึงคุณฤๅษีที่ทำไว้นั้นเถิด ไว้อุปเท่ห์ ดังนี้
2.แม้อันตราบเท่าใดก็ดี ให้นิมนต์พระใส่ศีรษะ อันตรายทั้งปวงหายสิ้นแล
3.ถ้าจะเข้าการรณรงค์สงคราม ให้เอาพระใส่ในน้ำหอม เข้าด้วย นวหรคุณ แล้วเอาใส่ผม ศักดิ์สิทธิ์ตามปรารถนา
4.ถ้าผู้ใดจะประสิทธิ์แก่หอกดาบศัตราวุธทั้งปวง เอาพระสรงน้ำมันหอมแล้วเสกด้วย อิติปิโสภกูราติ สก 3 ที 7 ที แล้วใส่ขันสำริด อธิษฐานตามความปรารถนาเถิด
5.ถ้าผู้ใดมาคุกคาม เอาพระสรงน้ำมันหอม ใส่ใบพลู ทาประสิทธิ์แก่คนทั้งหลาย
6.ถ้าจะสง่าเจรจาให้คนเกรงกลัว เอาพระใส่น้ำมันหอม หุงขี้ผึ้ง เสกด้วย นวคุณ 7 ที
7.จะค้าขายดี ไปทางบกและทางเรือก็ดี ให้นมัสการด้วย พาหุง แล้วเอาพระสรงน้ำมันหอม เสกด้วยคุณ อิติปิโสภะกูราติ 7 ที ประสิทธิ์แก่คนทั้งหลาย
8.ถ้าจะให้สวัสดีสถาพรทุกวัน ให้เอาดอกไม้ ดอกบัวบูชาทุกวัน ถ้าจะปรารถนาอันใด ก็ได้ทุกอันแล
9.ถ้าผู้ใดพบพระเกสรก็ดี พระว่านก็ดี พระปรอทก็ดีเหมือนกัน อย่าประมาทเผลอ อานุภาพดังกำแพงล้อมกันภัยแก่ผู้นั้น
10.ถ้าจะให้ความสูญ เอาพระสรงน้ำมันหอม เอาด้าย 11 เส้น(หมายถึงพระฤๅษี 11 ตน) ชุบน้ำมันหอม แล้วทำไส้เทียนถวายพระ อธิษฐานตามความปรารถนาเถิด
11.ถ้าผู้ใดสระหัว ให้เขียนยันต์ใส่ไส้เทียนเถิด 
ทะธิวิ ผะมะ อะมะพะ ปะติพะมังคะลัง อะสังวิสุโลปุสะพุภะ  แล้วว่า นะโมไปจนจบ แล้วว่า
พาหุง แล้วว่า อิติปิโสภะกูราติ นะหะเชยมังคะลัง แล้วว่า พระเจ้า 16 พระองค์ เอาทั้งคู่
กิริมิทิ กุรุมุทุ กะระมะทะ เกเรเมเถ ตามแต่จะเสกเถิด 3 ที 7 ที วิเศษนัก ถ้าผู้ใดรู้คาถานี้แล้ว อย่าได้กลัวอันตรายใดเลย ท่านตีค่าไว้ควรเมือง จะไปรบศึก ก็คุ้มได้สารพัด แล


พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560



วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงดำ เกศทะลุซุ้ม

 

 

 



พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ






วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระท่ามะปราง พิษณุโลก เนื้อชินเงิน หลังแบบ ลายผ้า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"


 

พระท่ามะปราง พิษณุโลก เนื้อชินเงิน หลังแบบ ลายผ้า พิมพ์ลึก 

พระท่ามะปราง องค์อื่นๆ






วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้น กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผา พิมพ์มาตรฐานและพิมพ์จิ๋ว เนื้อชินรัชตาภร

 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม ดินเผา พิมพ์มาตรฐาน


 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม ดินเผา พิมพ์จิ๋ว


 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม เนื้อชินรัชตาภร(ชินเงิน) 


พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้น กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผา พิมพ์มาตรฐานและพิมพ์จิ๋ว เนื้อชินรัชตาภร

ถ้าเป็นกรุของกำแพงเพชร กรุใดที่ขุดแล้วไม่มีพระนางกำแพงเห็นจะยาก พระนางกำแพงแต่ละกรุก็มีพิมพ์ของตนเอง พระนางำแพงพิมพ์มาตรฐาน คือพระนางกำแพงพิมพ์ตื้น รายละเอียดสวยงามมาก ขนาดเล็กกำลังใช้ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง มีเนื้อดินเผาสีแดง สีดำ สีดำอมเขียวสีนี้เกิดจาการฝังกรุที่มีน้ำซึมผ่านได้ง่าย คราบขี้กรุทำให้เกิดสีเขียวอมดำ

พุทธลักษณะ
1.องค์พระปฏิมากรประทับนั่งราบปางมารวิชัย พระพักตร์ทรงผลมะตูม พระเกศาเรียบ พระเมาลีเป็นมวยเล็ก พระเกศรูปดอกบัวตูม พระพักตร์เรียบเกลี้ยง ปรากฏเพียงพระเนตรรางๆ ไม่ปรากฏพระกรรณ พระสอเป็นร่องตื้น
2.พระอุระอวบเป็นกล้ามใหญ่ พระอังสากว้าง พระอุทรเรียวคอดเป็นลอน พระพาหาทอดลงกางออกเล็กน้อยข้างลำพระองค์ พระกรขวาหักพระกัประ ยกพระหัตถ์วางกุมพระชานุลักษณะเช่านอก  พระกรซ้ายหักพระกัประโค้งเข้าในพระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลากว้าง พระชงฆ์และพระบาทขวาวางราบเกยบนพระชงฆ์ซ้าย บนอาสนะยกลอยเป็นเส้นหวายผ่าซีชั้นเดียวยาวตลอดพระเพลา ไม่ปรากฏผ้าปูรองนั่ง เป็นเพียงร่องตื้นเหนืออาสนะ
4.องค์พระปฏิมากร ออกแบบเป็นประติมากรรมนูนต่ำลอยองค์ ประดิษฐานอยู่ในกรอบรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านพระปฤษฎางค์เป็นพื้นผนังแบนเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง เน้นความบริสุทธิ์แห่งองค์พระ ด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ ปรากฏลายนิ้วมือกดพิมพ์เล็กน้อย  ความหนาของพระพิมพ์จัดว่าเป็นพระเครื่องดินเผา ที่บางที่สุด

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
ศิลาจารึกนครชุม(ทุ่งเศรษฐี) และจารึกแผ่นลานเงิน กำหนดารสร้างพระเครื่องของกำแพงเพชรว่า สร้างในปี พ.ศ.1900 อันเป็นปีที่พระมหาธรรมราขาลิไท สถาปนาวัดพระบรมธาตุ นครชุม ได้จัดสร้างพระเครื่องบรรจุกรุไว้ในพระเจดีย์ มีอายุการสร้างถึงปัจจุบัน 600 กว่าปี เปิดกรุวัดพระบรมธาตุเมื่อปีพ.ศ.2392 เป็นครั้งแรก ต่อจากนั้นได้มีการขุดหาพระกำแพงตามกรุต่างๆ ณ ลานทุ่งเศรษฐี นครชุมเรื่อยมาอย่างกว้างขวาง ปีพ.ศ.2470 การขุดค้นพระเครื่องเป็นไปอย่างจริงจัง จนปีพ.ศ.2520 พระเครื่องกรุทุ่งเศรษฐี ได้เริ่มมีผู้สนใจเสาะหากันมากยิ่งขึ้น พระพิมพ์นางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้นนี้ เป็นพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัยคลาสสิกยุคกลางมีศิลปะเชียงแสนคลาสสิกเกศรูปดอกบัวตูม ป้อมสั้นเข้ามาผสมอยู่ด้วย ทำให้พระนางกำแพงนั้น คือพุทธศิลป์ ยอดปฏิมากรรมโบราณอันสูงค่าซึ่งศิลปินแห่งสกุลช่างกำแพงเพชรได้จินตนาการผนึกไว้ในพระพิมพ์นี้ด้วยศิลปะ”สุโขทัย” ไว้อย่างยอดเยี่ยมงดงามยิ่ง

มวลสารและวัสดุใช้สร้าง
เนื้อดินเผา วัสดุส่วนใหญ่คือดินละเอียด มีแร่ดอกมะขามปนอยู่ด้วย บดและกรองเอาเม็ดกรวดแร่ออกหมด ผสมว่านพืชที่มีคุณวิเศษตามตำราโบราณ สร้างเป็นพระพิมพ์ดินเผาสีแดง เนื้อละเอียดนุ่มจัดเป็นด้วยแก่ว่านผสมไว้มากจึงดูนุ่มนวลกว่าพระพิมพ์แบบอื่น ปรากฏแร่ดอกมะขามเป็นจุดแดงเล็กๆลอยขึ้นบนผิว ขี้กรุเป็นคราบดินสีเทานวลฉาบติดบนผิวตามซอกลึก
พิมพ์มาตรฐาน ฐานกว้าง 1.8 ซม. สูง 2.6 ซม. หนา 0.3 ซม.
พิมพ์จิ๋ว ฐานกว้าง 1.3 ซม. สูง 1.7 ซม. หนา .3 ซม.
เนื้อชินรัชตาภร คือชินเงิน เป็นส่วนผสมของตะกั่วกับดีบุก หลอมรวมเข้าด้วยกันสร้างพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว พุทธลักษณะเหมือนกับเนื้อดินเผา มีสนิมกาฬภัสสร์บนผิว เป็นสนิมตีนกามีวรรณะสีดำเข้มจัดเป็นเงามัน ปกคลุมด้วยสนิมวปาภัสสร์ เกิดจากหินปูนในดินผสมเข้ากับสนิมของเนื้อชิน จับตัวแน่นหลายชั้นหนาติดกันเป็นพืด กลายเป็นสนิมมีไขแข็งแกร่ง ยาแก่การทำความสะอาดขูดแคะออก
ขนาด ฐานกว้าง 1.8 ซม. สูง 2.6 ซม. หนา 0.4 ซม.


พุทธคุณ กฤตยาคมอันกึกก้องจากของขลังในลานทุ่งเศรษฐีนี้ทั้งหมด 80% ประสบการณ์ปรากฏแก่ผู้ใช้ มักได้รับแต่ในด้านเมตตามหานิยม เรื่องโชคลาภจากทรัพย์สินเงินตรา นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องน่าแปลใจคือ พระนางกำแพงได้เคยมีผู้ประสบอุบัติเหตุมาแล้ว ถึงขนาดรถคว่ำมีผู้คนตายเกลื่อนกลาด แต่ผู้ที่ห้อยพระนางกำแพงกลับมิได้รับลาดแผลแต่ประการใดเลย จึงนับว่าคุณวิเศษของพระนางกำแพงมิใช่มีดีเฉพาะทางมหานิยมโชคลาภเท่านั้น แม้การปกป้องชีวิตท่าน ก็สามารถช่วยเราได้ด้วยเช่นกัน


พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560