วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระท่ามะปราง พิษณุโลก เนื้อชินเงิน หลังแบบ ลายผ้า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"


 

พระท่ามะปราง พิษณุโลก เนื้อชินเงิน หลังแบบ ลายผ้า พิมพ์ลึก 

พระท่ามะปราง องค์อื่นๆ






วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้น กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผา พิมพ์มาตรฐานและพิมพ์จิ๋ว เนื้อชินรัชตาภร

 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม ดินเผา พิมพ์มาตรฐาน


 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม ดินเผา พิมพ์จิ๋ว


 

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม เนื้อชินรัชตาภร(ชินเงิน) 


พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้น กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผา พิมพ์มาตรฐานและพิมพ์จิ๋ว เนื้อชินรัชตาภร

ถ้าเป็นกรุของกำแพงเพชร กรุใดที่ขุดแล้วไม่มีพระนางกำแพงเห็นจะยาก พระนางกำแพงแต่ละกรุก็มีพิมพ์ของตนเอง พระนางำแพงพิมพ์มาตรฐาน คือพระนางกำแพงพิมพ์ตื้น รายละเอียดสวยงามมาก ขนาดเล็กกำลังใช้ ใช้ได้ทั้งชายและหญิง มีเนื้อดินเผาสีแดง สีดำ สีดำอมเขียวสีนี้เกิดจาการฝังกรุที่มีน้ำซึมผ่านได้ง่าย คราบขี้กรุทำให้เกิดสีเขียวอมดำ

พุทธลักษณะ
1.องค์พระปฏิมากรประทับนั่งราบปางมารวิชัย พระพักตร์ทรงผลมะตูม พระเกศาเรียบ พระเมาลีเป็นมวยเล็ก พระเกศรูปดอกบัวตูม พระพักตร์เรียบเกลี้ยง ปรากฏเพียงพระเนตรรางๆ ไม่ปรากฏพระกรรณ พระสอเป็นร่องตื้น
2.พระอุระอวบเป็นกล้ามใหญ่ พระอังสากว้าง พระอุทรเรียวคอดเป็นลอน พระพาหาทอดลงกางออกเล็กน้อยข้างลำพระองค์ พระกรขวาหักพระกัประ ยกพระหัตถ์วางกุมพระชานุลักษณะเช่านอก  พระกรซ้ายหักพระกัประโค้งเข้าในพระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลากว้าง พระชงฆ์และพระบาทขวาวางราบเกยบนพระชงฆ์ซ้าย บนอาสนะยกลอยเป็นเส้นหวายผ่าซีชั้นเดียวยาวตลอดพระเพลา ไม่ปรากฏผ้าปูรองนั่ง เป็นเพียงร่องตื้นเหนืออาสนะ
4.องค์พระปฏิมากร ออกแบบเป็นประติมากรรมนูนต่ำลอยองค์ ประดิษฐานอยู่ในกรอบรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านพระปฤษฎางค์เป็นพื้นผนังแบนเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง เน้นความบริสุทธิ์แห่งองค์พระ ด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ ปรากฏลายนิ้วมือกดพิมพ์เล็กน้อย  ความหนาของพระพิมพ์จัดว่าเป็นพระเครื่องดินเผา ที่บางที่สุด

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
ศิลาจารึกนครชุม(ทุ่งเศรษฐี) และจารึกแผ่นลานเงิน กำหนดารสร้างพระเครื่องของกำแพงเพชรว่า สร้างในปี พ.ศ.1900 อันเป็นปีที่พระมหาธรรมราขาลิไท สถาปนาวัดพระบรมธาตุ นครชุม ได้จัดสร้างพระเครื่องบรรจุกรุไว้ในพระเจดีย์ มีอายุการสร้างถึงปัจจุบัน 600 กว่าปี เปิดกรุวัดพระบรมธาตุเมื่อปีพ.ศ.2392 เป็นครั้งแรก ต่อจากนั้นได้มีการขุดหาพระกำแพงตามกรุต่างๆ ณ ลานทุ่งเศรษฐี นครชุมเรื่อยมาอย่างกว้างขวาง ปีพ.ศ.2470 การขุดค้นพระเครื่องเป็นไปอย่างจริงจัง จนปีพ.ศ.2520 พระเครื่องกรุทุ่งเศรษฐี ได้เริ่มมีผู้สนใจเสาะหากันมากยิ่งขึ้น พระพิมพ์นางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์ตื้นนี้ เป็นพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัยคลาสสิกยุคกลางมีศิลปะเชียงแสนคลาสสิกเกศรูปดอกบัวตูม ป้อมสั้นเข้ามาผสมอยู่ด้วย ทำให้พระนางกำแพงนั้น คือพุทธศิลป์ ยอดปฏิมากรรมโบราณอันสูงค่าซึ่งศิลปินแห่งสกุลช่างกำแพงเพชรได้จินตนาการผนึกไว้ในพระพิมพ์นี้ด้วยศิลปะ”สุโขทัย” ไว้อย่างยอดเยี่ยมงดงามยิ่ง

มวลสารและวัสดุใช้สร้าง
เนื้อดินเผา วัสดุส่วนใหญ่คือดินละเอียด มีแร่ดอกมะขามปนอยู่ด้วย บดและกรองเอาเม็ดกรวดแร่ออกหมด ผสมว่านพืชที่มีคุณวิเศษตามตำราโบราณ สร้างเป็นพระพิมพ์ดินเผาสีแดง เนื้อละเอียดนุ่มจัดเป็นด้วยแก่ว่านผสมไว้มากจึงดูนุ่มนวลกว่าพระพิมพ์แบบอื่น ปรากฏแร่ดอกมะขามเป็นจุดแดงเล็กๆลอยขึ้นบนผิว ขี้กรุเป็นคราบดินสีเทานวลฉาบติดบนผิวตามซอกลึก
พิมพ์มาตรฐาน ฐานกว้าง 1.8 ซม. สูง 2.6 ซม. หนา 0.3 ซม.
พิมพ์จิ๋ว ฐานกว้าง 1.3 ซม. สูง 1.7 ซม. หนา .3 ซม.
เนื้อชินรัชตาภร คือชินเงิน เป็นส่วนผสมของตะกั่วกับดีบุก หลอมรวมเข้าด้วยกันสร้างพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว พุทธลักษณะเหมือนกับเนื้อดินเผา มีสนิมกาฬภัสสร์บนผิว เป็นสนิมตีนกามีวรรณะสีดำเข้มจัดเป็นเงามัน ปกคลุมด้วยสนิมวปาภัสสร์ เกิดจากหินปูนในดินผสมเข้ากับสนิมของเนื้อชิน จับตัวแน่นหลายชั้นหนาติดกันเป็นพืด กลายเป็นสนิมมีไขแข็งแกร่ง ยาแก่การทำความสะอาดขูดแคะออก
ขนาด ฐานกว้าง 1.8 ซม. สูง 2.6 ซม. หนา 0.4 ซม.


พุทธคุณ กฤตยาคมอันกึกก้องจากของขลังในลานทุ่งเศรษฐีนี้ทั้งหมด 80% ประสบการณ์ปรากฏแก่ผู้ใช้ มักได้รับแต่ในด้านเมตตามหานิยม เรื่องโชคลาภจากทรัพย์สินเงินตรา นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องน่าแปลใจคือ พระนางกำแพงได้เคยมีผู้ประสบอุบัติเหตุมาแล้ว ถึงขนาดรถคว่ำมีผู้คนตายเกลื่อนกลาด แต่ผู้ที่ห้อยพระนางกำแพงกลับมิได้รับลาดแผลแต่ประการใดเลย จึงนับว่าคุณวิเศษของพระนางกำแพงมิใช่มีดีเฉพาะทางมหานิยมโชคลาภเท่านั้น แม้การปกป้องชีวิตท่าน ก็สามารถช่วยเราได้ด้วยเช่นกัน


พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560



วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

พระกำแพงเม็ดมะลื่น ดินเผาสีแดง ดินเผาสีดำ กรุทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 
พระกำแพงเม็ดมะลื่น ดินเผาสีดำ


 
พระกำแพงเม็ดมะลื่น ดินเผาสีแดง


พระกำแพงเม็ดมะลื่น ดินเผาสีแดง ดินเผาสีดำ กรุทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

พุทธลักษณะ พระกำแพงเม็ดมะลื่น คือพระกำแพงกลับบัวธรรมดา แต่พัฒนาปีกให้กว้างใหญ่ขึ้น ด้านหลังอูมทำนูนโค้งทุกองค์ ลักษณะดังกล่าวนี้จึงทำให้พระกำแพงเม็ดมะลื่นงดงาม และเด่นไปกว่าพระกำแพงกลีบบัว พบครั้งแรกที่วัดบรมธาตุ ลานทุ่งเศรษฐี เมื่อพ.ศ. 2392 และที่วัดพิกุล เมื่อพ.ศ.2496 นับเป็นพระที่หายากพิมพ์หนึ่ง
1.องค์พระประทับนั่งราบ ปางมารวิชัย พระเศียรรูปไข่ พระศกเรียบ พระเกศรูปดอกบัวตูมทรงสูงเรียวแหลม พระพักตร์รูปไข่ ปรากฏพระเนตรและพระนาสิก พระศอเป็นร่อง
2.พระอุระอวบอูมใหญ่ พระอุทรคอดเป็นลอน เข้าลักษณะคนมีพละกำลัง แต่ไม่ใช่แบบกล้ามเกร็ง พระพาหาทั้งสองทอดลง พระกรขวาหักพระกัประยกขึ้น พระหัตถ์วางคว่ำกุมพระชานุลักษณะเข่านอก พระกรซ้ายหักพระกัประพับเข้าใน พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3.พระเพลากว้าง พระชงฆ์และพระชานุสมส่วนไม่ใหญ่ไม่เล็ก ประทับนั่งราบ พระชงฆ์และพระบาทขวาวางราบบนพระชงฆ์ซ้าย ในอิริยาบถนั่งสบายบนอาสนะเป็นเส้นหวายผ่าซีก
4.องค์พระเป็นปฏิมากรรมนูนต่ำ ประดิษฐานภายในกรอบรูปกลีบบัวปีกกว้างยอดมน ไม่มีลวดลายอื่นใดประดับ

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง พระกำแพงเม็ดมะลื่น(ภาคกลางเรียกเม็ดกะบก) เป็นพระพิมพ์ทุ่งเศรษฐีสกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ พุทธศตวรรษที่ 19 อายุ 600 กว่าปี โดยพระมหาธรรมราชาที่1 (ลิไท) พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 ราชวงศ์พระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ให้กำเนิดไว้ที่วัดพระบรมธาตุ ลานทุ่งเศรษฐี นครชุม เป็นปฐมฤกษ์ ต่อมาในสมัยหลัง ก็สร้างขึ้นใหม่อีกในรูปแบบเดียวกันเรื่อยมา  รูปพระพิมพ์จะมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วมีเอกลักษณ์เหมือนกัน

มวลสารใช้สร้าง วัสดุที่ผสมส่วนใหญ่คือดิน ดินของแต่ละแห่งใช่ว่าจะเหมือนกัน แร่ธาตุที่มีอยู่ในดิน เมื่อเผาแล้วจะเกิดเนื้อพระสวยงามแตกต่างกัน เนื้อดินกำแพงเปรียบเทียบหรือเข้าลักษณะ เมื่อเผาแล้วมีสีสันสวยงามน่าใช้ วงการนิยมว่า “ดูง่าย” การผสมเนื้อพระ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือพืชว่านเข้ากับดิน ทำให้เกิดสภาพเนื้อแตกต่างกับการเผาดินธรรมดา เนื้อพระกำแพงจึงดูนุ่มตามากกว่าเนื้อพระแห่งอื่น
การเผาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดเนื้อที่แตกต่างกัน เนื้อพระกำแพงใช้ความร้อนปานกลางและอ่อนอยู่ในลักษณะเนื้อละเอียดอัดแน่นเข้าตำรา “เนื้อผง” จะหาเนื้อละลายยาก มีพระไม่กี่แบบที่ใช้ไฟแรงจนเนื้อละลาย การเผาไฟอ่อนเกินไป ทำให้เนื้อไม่แน่น เมื่อนำออกจากกรุ ต้องระวังให้มาก บางองค์จะเห็นรอยระแหงเหี่ยวย่น คล้ายเอาเนื้อดินผสมปนว่านดิบๆ ทำแล้วตากตาก เมื่อผิวแห้งหดตัวเนื้อในแห้งไม่ทัน ความชื้นในเนื้อจะดันผิวที่แห้งก่อนจะกลายเป็นรอยระแหง ซึ่งมักจะพบในเนื้อสีดำบ่อยๆ
คนโบราณกล่าวว่า พระกำแพงเพชรผสมว่านมาก ดูจะเป็นความจริงที่น่าคิด การผสมพืชเข้าเนื้อพระ ความประสงค์ก็อยากได้คุณสมบัติวิเศษของพืชให้ดำรงไว้ด้วย การเผาแค่เป็นถ่านหรือเป็นสีดำ หรือสีหม่นปนเขียวว่านยังมีคุณภาพ แต่จะบังคับให้พระทุกองค์อยู่ในลักษณะ เนื้อเหมือนกันหมด ย่อมไม่ได้ พระเนื้อแดงจึงมีอยู่ไม่น้อย และพระสีดำก็มีมาก แต่เนื่องจากความแกร่งน้อย พระจึงเสียมาก สมัยกลางคงจะวิวัฒนาการด้านการสร้างพระให้มีคุณวิเศษสูง จึงต้องทิ้งการใช้ความร้อนสูงเพื่อให้ละลาย พระที่ใช้ความร้อนต่ำจึงได้รับความนิยมตามสายตานักพระเครื่อง
ขนาด ส่วนกว้าง 2.2 ซม. สูง 3 ซม. หนา 0.6 ซม.


พุทธคุณ โชคลาภ เมตตา แคล้วคลาด

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พระกลีบบัว หรือ พระนางกำแพงกลีบบัว พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 

พระกลีบบัว หรือ พระนางกำแพงกลีบบัว พิมพ์ใหญ่ เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

พระนางกำแพงกลีบบัว รูปทรงกรอบส่วนมากจะคล้ายกับกลีบดอกบัวบานปลายแหลมและส่วนล่างที่ติดกับดอกเป็นรูปโค้งงดงาม ยาจะบรรยาย พระพิมพ์นี้มีจำนวนน้อยกว่าพระพิมพ์แบบอื่นๆ ของพระเครื่องลานทุ่งเศรษฐี

พุทธลักษณะ
1. องค์พระประทับนั่งราบ ปางมารวิชัย พระพักตร์ตรงผลมะตูม พระศกเรียบ พระเมาลีเป็นตอมเล็ก พระเกศเปลวทรงสูงเรียวแหลม พระพักตร์เกลี้ยงเรียบ ไม่ปรากฏพระเนตร พระนาสิก และพระโอษฐ์ พระศอเป็นร่องตื้น
2. พระอุระเป็นกล้ามใหญ่ พระอังสากว้าง พระอุทรเรียวคอด พาหาทั้งสองทอดลง พระกรขวาหักพระกัประยกขึ้น พระหัตถ์วางคว่ำกุมพระชานุลักษณะเข่านอก พระกรซ้ายหักพระกัประโค้งเข้าใน หงายพระหัตถ์วางบนพระเพลา
3. ประทับนั่งราบ พระเพลากว้างสมส่วนไม่เล็กไม่ใหญ่ พระชงฆ์ขวาและพระบาทวางบนพระชงฆ์ซ้าย ในอิริยาบถนั่งสบายบนอาสนะ เป็นเส้นหวายผ่าซีกชั้นเดียว
4. องค์พระเป็นประติมากรรมนูนต่ำ ประดิษฐ์ฐานอยู่ภายในกรอบรูปกลีบบัวบาน ด้านพระปฤษฎางค์ขององค์พระเป็นแอ่งท้องกระทะเรียบเกลี้ยง ไม่มีลวดลายอื่นใดประดับเน้นความบริสุทธิ์ ด้านหลังอูมนูนโค้งแบบหลังเต่า

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระนางกำแพงกลีบบัว เป็นพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชร ทุ่งเศรษฐี ศิลปะแห่งพระกำแพงมีอิทธิพลของพระสกุลสุโขทัยเข้ามาผสมรวมอยู่ด้วย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 อายุ 600 กว่าปี โดยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 ราชวงศ์พระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ให้กำเนิดไว้ที่วัดบรมธาตุ ลานทุ่งเศรษฐี นครชุม เป็นปฐมฤกษ์ และได้จัดสร้างล้อแบบติดต่อกันเรื่อยมา บรรจุไว้ในกรุพระเจดีย์ต่างๆ เมื่อมีการสร้างวัดภายหลัง จนกระทั่งค้นพบพระพิมพ์ต่างๆเมื่อมีการเปิดกรุในปัจจุบัน

มวลสารใช้สร้าง
วัสดุส่วนใหญ่คือดินละเอียดที่กรองเอาเม็ดกรวดทรายออกหมด ผสมด้วยว่านพืช สร้างเป็นพระพิมพ์ เผาไฟได้พระดินเผาสีแดง เนื้อละเอียด มีสีสันสวยงาม ความเก่ามีอายุนาน ทำให้เนื้อพระนุ่มเนียนไม่แข็งกระด้างบาดมือ ดูนุ่มตา ขี้กรุเป็นดินละเอียดสีเทานวล มีราดำขึ้นบนผิวประปราย
ขนาด ส่วนกว้าง 2 ซม. สูง 3 ซม. หนา 0.6 ซม.


พุทธคุณ  เมตตามหานิยม คงกระพันและโชคลาภ

พระกลีบบัว องค์อื่นๆ






วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พระกำแพงเข็ม หรือ พระลีลากำแพงเข็ม เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร


 

 

พระกำแพงเข็ม หรือ พระลีลากำแพงเข็ม เนื้อดินเผา กรุเจดีย์ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

พุทธลักษณะ
1. องค์ประทับยืนย่างก้าวพระบาทไปทางเบื้องซ้ายขององค์พระ พระชงฆ์ซ้ายเหยียดตรงตั้งฉากกับพื้น พระบาทประทับราบบนพื้น พระบาทขวาทอดเยื้องอยู่เบื้องหลัง ยกพระปราษณีเหนือพื้น เขย่งขึ้นเล็กน้อย
2. องค์พระสูงชะลูดประทับบนอาสนะฐานบัวภายในกรอบซุ้มเส้นคู่ขนานยาวขึ้นไปแล้วสอบเรียวขึ้นสู่ส่วนยอดปลายแหลม
3. พระเศียรกลมก้มลงเล็กน้อยเอียงไปทางเบื้องซ้าย พระเมาลีเป็นมวย พระเกศเรียวเล็กขึ้นไปจรดกรอบบนสุด พระพักตร์รูปไข่ยาวรี เรียบไม่ปรากฏรายละเอียด ลำพระศอเป็นพียงร่อง ลักษณะกลืนหาย
4. พระอุระอวบนูน พระอุทรคอด พระกรซ้ายยกขึ้นเสมอพระอุระ พระหัตถ์ป้องไปเบื้องหน้าเป็นกิริยาทรงดำเนิน พระพาหาเบื้องขวาทอดลงอ่อนช้อยข้างลำพระองค์ พระกรยาวไกวพระหัตถ์ขนานไปกับพระโสณีที่นูนหนางดงาม
5. เส้นฐานด้านหลังโค้งนูนดังทรงกระบอกผ่าครึ่ง เมื่อถึงกึ่งกลางพระพิมพ์ จะค่อยๆสอบเรียวแหลมสู่ส่วนยอด

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระลีลากำแพงเข็ม เนื้อดินเผา เป็นพระพิมพ์แห่งลานทุ่งเศรษฐี สกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ (คลาสสิกพีเรียด)ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด(ยุคทอง) พุทธศตวรรษที่ 19 อายุ 600 กว่าปี โดยพระมหาธรรมราชาลิไท พระมหากษัตริย์รัชกาลที่5 ราชวงศพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จมายังนครชุมได้ทรงสถาปนาวัดพระบรมธาตุฯ ณ ณ ลานทุ่งเศรษฐี เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมทั้งพระเจดีย์ใหญ่น้อยประจำวัด รวมทั้งจัดสร้างพระพิมพ์หลายแบบหลายชนิดจำนวนมากมาย บรรจุไว้ในพระเจดีย์ตลอดจนกรุพระเจดีย์อื่นๆในลานทุ่งเศรษฐีที่ข้าราชบริพาร โดยเสด็จจัดสร้างไว้ด้วย กาลเวลาผ่านไปยาวนาน พระเจดีย์ทั้งหลายขาดการบำรุงรักษาดูแล ก็ปรัก หักพังลง ทับถมกลายเป็นเพียงเนินดินในสมัยปัจจุบัน มีการขุดค้นหาของมีค่าตามเนินดินเหล่านี้ที่มีอยู่มากมาย นอกจากพบของมีค่าแล้วก็ยังพบพระพิมพ์หลากหลายมากมาย นอกจากพบของมีค่าแล้วก็ยังพบพระพิมพ์หลากหลายมากมายเหล่านี้ด้วย และกลายเป็นของมีค่าหายากไปแล้วสำหรับนักนิยมพระเครื่อง

มวลสารที่ใช้สร้าง
เป็นดินละเอียดมีแร่มะขามโดยธรรมชาติในท้องถิ่น นำมาบด กรองกรวดทรายออกหมด ผสมด้วยว่าน 108 สร้างเป็นพระพิมพ์ดินเผา ได้พระเนื้อละเอียด แข็งแกร่ง สีแดง ผิวเนียนหนึกนุ่มเป็นมัน ขี้กรุเป็นดินละเอียดสีเทานวลติดแน่นบนผิวเป็นเนื้อเดียวไปแล้ว แร่ดอกมะขามสีแดงละลายเป็นดอกดวงเล็กๆผสานไปกับรารักสีดำประแต้มบนผิวเป็นหย่อมๆทั่วไป
ขนาดส่วนกว้าง 0.8 ซม. สูง 3.8 ซม. หนา 0.5 ซม.

พุทธคุณ
เมื่อสร้างพระเครื่องแบบเข็มขึ้นมา ก็น่าจะมีประสิทธิภาพทางสติปัญญาเหนือกว่าธรรมดา คนที่มีปัญญาหลักแหลมและเฉียบแหลมมีหรือจะไม่เหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ย่อมประสบความสำเร็จดีกว่าคนอื่นเสมอ


พระลีลา องค์อื่นๆ






วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พระกำแพงบิด หรือ พระกำแพงลีลาเหิร เนื้อดินเผา กรุเจดีย์กลาง ทุ่งเศรษฐี (นครชุม) กำแพงเพชร

 

พระกำแพงบิด หรือ พระกำแพงลีลาเหิร เนื้อดินเผา กรุเจดีย์กลาง ทุ่งเศรษฐี (นครชุม) กำแพงเพชร

พระกำแพงลีลาในสกุลทุ่งเศรษฐี วางการนิยม “พระกำแพงเม็ดขนุน”เป็นอันดับแรก “พระกำแพงพลูจีบ” เป็นอันดับสอง และ “พระกำแพงบิด” เป็นอันดับสาม จัดรวมกันสามองค์เป็นชุด ซึ่งมีลักษณะเหมือนและใกล้เคียงกัน คือเป็นพระกรุทุ่งเศรษฐี รูปร่างและขนาดใกล้เคียงกัน เนื้อดินเผาละเอียดและแกร่งอยู่ระหว่างพระเม็ดขนุนและพระพลูจีบ จำนวนพระมีปริมาณใกล้เคียงกัน มีจำนวนน้อย และหายากพอกันในสนามพระเครื่อง

พุทธลักษณะ เป็นพระลีลาเช่นเดียวกับพระกำแพงเม็ดขนุน แต่ลักษณะองค์พระไม่อวบอ้วนเหมือนพระเม็ดขนุน มีความโปร่งตาและพลิ้วไหวโอนอ่อนเหมือนพระพลูจีบ การก้าวย่างประดุจจะต้องการความเร็วเร่งโดยการเอี้ยวพระองค์ไปเบื้องขวา อยู่ในอิริยาบถทักษิณาวัตร
1. ดูระดับด้านข้างส่วนขององค์พระ ระดับนูนของพระพักตร์จะต่ำกว่าพระอุระมากลักษณะแอ่นอก ส่วนพระบาทระดับต่ำกว่าพระอุระ และพระเพลามากเช่นกัน
2. การออกแบบให้ระดับส่วนของร่างกายแตกต่างจากพระพิมพ์แบบอื่นๆที่เคยเห็น มีเจตนาที่จะสร้างให้เป็นการลีลาของพระกำแพงบิดเป็นไปในลักษณะวิ่งเต็มเหยียด คนเดินปรกติระดับพระพักตร์กับพระอุระจะเสมอกัน หรือเดินก้มหน้านิดๆ ระดับพระพักตร์อาจจะสูงกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ ส่วนคนวิ่งมักจะแหงนหน้าและหน้าอกแอ่นไปข้างหน้า เท้าทั้งสองซอยตามหลัง
3. ศิลปิน ปฏิมากรออกแบบสร้าง พระกำแพงบิดให้เกิดชีวิตชีวาแบบนี้ นายช่างต้องมีจินตนาการและฝีมือสูงมากจึงสามารถหาวิธีอ่านอักษรภาพในระดับไม่แพ้พระเม็ดขนุน และพระพลูจีบ
4. พระเศียรรอบองค์พระรูปดอกบัวตูม พระเกศรูปเปลวเพลิงพลิ้วสะบัด พระเศียรเอียงไปทางขวาองค์พระ พระพักตร์รูปไข่เอียงไปทางซ้ายหงายขึ้นเล็กน้อย เป็นกิริยาของนักวิ่งคือ วิ่งหน้าเชิด โบราณว่า “วิ่งหน้าเริด” หมายถึงวิ่งเต็มที่
5. ลำพระองค์ผอมเกร็ง องค์ยาวไม่มีกล้ามหน้าอก แอ่นอกออกไปในลักษณะของคนวิ่งเร็วที่สุดตอนเข้าเส้นชัย ช่วงขาเรียวยาว ช่วงบนไม่มีกล้ามโคนขาแบบพระเม็ดขนุน ช่วงล่างเรียวเล็ก ลักษณะความสูง รูปร่างเพรียว มีความหมายว่า เป็นนักวิ่งได้ดียิ่ง
6. แขนขวาสะบัดพลิ้วห่างจากพระวรกาย แตกต่างจากนักวิ่งธรรมดา ซึ่งจะยกมือกำแค่หน้าอก ส่วนการเหวี่ยงพลิ้วออกไปดูคล้ายเหิรลมมากกว่าวิ่งธรรมดา เรียกว่าเร็วที่สุด จากส่วนสัดที่บิดเอี้ยวองค์ อ่อนไหวราวกับเหิรลมนี้ อ่านได้ชัดว่า เป็นการสิ่งอย่างรวดเร็วพ้องกับความเชื่อที่ว่า “พระลีลาเป็นยอดเยี่ยมในทางก้าวหน้า” และพระกำแพงบิดนี้ยังจำกัดความออกไปอีกว่า “วิ่งเร็วดุจดังเหาะเหิรเดินอากาศ” เทียบกับสมัยปัจจุบันนี้ก็คือการยิงจรวดที่เร็วเหนือเสียงทีเดียว

ยุคสมัย ศิลปะและพิมพ์
พระพิมพ์กำแพงบิด เป็นพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัย ยุคทองหรือยุครุ่งเรืองที่สุด(คลาสสิเคิล สุโขทัยพีเรียด) พุทธศตวรรษที่19 อายุราว 600 กว่าปี โดยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) พระมหากษัตริย์รัชการที่5 ราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยเป็นผู้ให้กำเนิดไว้ เมื่อครั้งพระองค์ทรงเสด็จและสถาปนาวัดพระบรมธาตุฯ ณ ลานทุ่งเศรษฐี(ชากังราว) กำแพงเพชร บรรจุกรุต่างๆในลานทุ่งเศรษฐี ไว้สืบต่อพระศาสนา

วัสดุใช้สร้าง  ใช้ดินละเอียดมีแร่ดอกมะขามปนอยู่โดยธรรมชาติ บดกรองกรวดทรายออกไป ผสมว่าน 108 สร้างเป็นพระพิมพ์ดินเผา บรรจุภายในกรุพระเจดีย์ ภายหลังเมื่อค้นพบออกจากกรุ จะมีขี้กรุเป็นผงดินละเอียดสีเทานวล ผสมกับราดำ จับติดแน่นบนผิว
ขนาด ส่วนกว้างสุด 1.4 ซม. สูง 5 ซม. หนา 0.7 ซม.

พุทธคุณ มีคุณวิเศษเป็นยอดในทางก้าวหน้า สัมฤทธิผลต่างๆ อิทธิปาฏิหาริย์ ในด้านแคล้วคลาดจากภยันตราย


พระลีลา องค์อื่นๆ