วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

พระนาคปรกนาดูน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1

 

พระนาคปรกนาดูน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1 นครจำปาศรีโบราณ กรุอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

พุทธลักษณะ ปางสมาธิ องค์พระประทับนั่งสมาธิ พระชงฆ์ขัดไขว้เป็นเอกลักษณ์ พระพิมพ์นาดูนบนรัตนบัลลังก์บัวหงายสองชั้น พระเศียรองค์พระกลมกว้าง พระเกศาขมวดเป็นพระศกกลมโต ไม่ปรากฏพระเมาลี พระเกศส่วนยอดเป็นต่อมเล็กสั้น ไม่มีไรพระศก พระพักตร์รูปผลมะตูม พระนลาฏแคบ พระขนงเป็นเส้นนูนยาวติดกัน พระเนตรโปน หลังพระเนตรบวม พระนาสิกแบน พระโอษฐ์กว้างแบะ พระหนุกลมสั้น พระปรางอวบแคบ พระกรรณยาวจรดพระอังสา พระศอสั้นเป็นลอน พระอุระกว้าง ครองจีวรห่มคลุมแนบเนื้อ พระอุทรอวบอูมยาว ไม่ปรากฏพระนาภี พระพาหาสองข้างทอดลงขนานลำพระองค์ พระกรขวาวางบนพระกรซ้ายหงายพระหัตถ์บนพระเพลา พระชงฆ์ขวาขัดไขว้กับพระชงฆ์ซ้าย เบื้องพระปฤษฎางค์ พระเศียรมีพระรัศมีประภามณฑลเป็นเส้นนูนโค้งรอบพระเศียร และต่อยาวลงมาด้านข้างพระพาหาจนจรดพระเพลา ด้านนอกพระรัศมีประภามณฑลมีพญานาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปรกอยู่
ทั้งหมดรวมอยู่ในกรอบพิมพ์ยาวรูปใบพาย ด้านหลังเรียบอูมนูน ปรากฏลายมือกดแต่งเป็นคลื่นโค้งลงบรรจบกรอบด้านหน้าเป็นขอบสันบาง

1.วัสดุที่ใช้สร้าง ส่วนผสมประกอบด้วยดินเหนียวบดกรองละเอียด กรวดทรายกรองละเอียด ผงศิลาแลงผสมเข้าด้วยกันนวดให้เหนียว พิมพ์แบบ เผาไฟด้วยอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ได้พระพิมพ์เป็นดินเผาสีแดงส้ม บรรจุในกรุเจดีย์ เกิดคราบไคลกรุเป็นผงหินปูนสีขาวผสมกับผงฝุ่นรวมเป็นสีเทา เคลือบติดแน่นตามส่วนลึกด้านหน้าพระพิมพ์ ความชื้นในกรุทำให้เกิดราดำขนาดเล็กเท่าปลายเข็มทั่วไปทั้งด้านหน้าและหลัง
ขนาดพระพิมพ์ กว้าง 4.3 ซม. สูง 7.5 ซม. หนา 1.8 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง สร้างยุคสมัยทวาราวดีตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ 14-15 อายุประมาณ 1,300 ปี เป็นศิลปะผสมระหว่างศิลปะทวาราวดีกับศิลปะลพบุรี ที่สืบทอดมาจากศิลปะของขอมกัมพูชา เป็นปางนาคปรกตามคติพุทธมหายาน จากอักษรที่ปรากฏบนแผ่นพระพิมพ์ดินเผาบางองค์ คำจารึกส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อกุศลผลบุญโดย “พระเจ้ากะลามาแตง” กษัตริย์มอญปกครองอาณาจักรนครจำปาศรีโบราณ ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

พุทธคุณ ทางด้านแคล้วคลาดสูงมาก

พระนาคปรกนาดูน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2

 

พระนาคปรกนาดูน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 นครจำปาศรีโบราณ กรุอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

พุทธลักษณะ ปางสมาธิ องค์พระประทับนั่งสมาธิ พระชงฆ์ขัดไขว้เป็นเอกลักษณ์ พระพิมพ์นาดูนบนรัตนบัลลังก์ฐานบัวเม็ดสองชั้นทรงสูง พระเศียรองค์พระแบนโค้ง ไม่ปรากฏพระเกศาและพระเกศ พระพักตร์เรียบโค้งแบน ไม่ปรากฏพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ และพระกรรณ พระศอสั้น พระอุระนูนเป็นสันโค้งติดกับอังสา เชื่อมต่อพระพาหาทั้งสองข้าง ทอดลงข้างลำพระองค์ พระกรขวาเป็นเส้นนูนโค้งลงประสานกับพระกรซ้ายหงายพระหัตถ์บนพระเพลา เบื้องพระปฤษฎางค์ พระเศียรมีพระรัศมีประภามณฑลเป็นเส้นนูนโค้งรอบพระเศียร ด้านนอกมีพญานาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานปรกอยู่
ทั้งหมดรวมอยู่ในกรอบพิมพ์ยาวรูปใบพาย ด้านหลังขรุขระเป็นคลื่น กดแต่ง เนื้อดินโค้งลงบรรจบกรอบด้านหน้าเป็นขอบสันบาง

1.วัสดุที่ใช้สร้าง ส่วนผสมประกอบด้วยดินเหนียวบดกรองละเอียด กรวดทรายกรองละเอียด และผงศิลาแลงผสมเข้าด้วยกันนวดให้เหนียว พิมพ์แบบ เผาไฟด้วยอุณหภูมิ 700 องศาเซลเซียส ได้พระพิมพ์เป็นดินเผาสีแดงอ่อนเนื้อแน่นแข็งแกร่ง บรรจุในกรุพระเจดีย์ เกิดคราบไคลกรุเป็นผงหินปูนสีขาวติดแน่นบนผิวชั้นแรกตามส่วนลึก ตามด้วยผงฝุ่นสีเทาดำละเอียดปกคลุมผิวบนอีกชั้น ทั้งด้านหน้าและหลัง
ขนาดพระพิมพ์ กว้าง 3 ซม. สูง 8 ซม. หนา 1.5 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง สร้างยุคสมัยทวาราวดีตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ 14-15 อายุประมาณ 1,300 ปี เป็นศิลปะผสมระหว่างศิลปะทวาราวดีกับศิลปะลพบุรี ที่สืบทอดมาจากศิลปะของขอมกัมพูชา เป็นปางนาคปรกตามคติพุทธมหายาน จากอักษรที่ปรากฏบนแผ่นพระพิมพ์ดินเผาบางองค์ คำจารึกส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อกุศลผลบุญโดย “พระเจ้ากะลามาแตง” กษัตริย์มอญปกครองอาณาจักรนครจำปาศรีโบราณ ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

พุทธคุณ ทางด้านแคล้วคลาดสูงมาก

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2559

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร (ไกเซอร์พิมพ์เขื่อง)


 


พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ






พระสมเด็จวัดเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้นนิยม พิมพ์เอ กรุวัดเกศไชโยวรวิหาร อ่างทอง (๔)

 


พระสมเด็จ วัดเกศไชโย (วัดไชโยวรวิหาร) พิมพ์อื่นๆ





พระนารายณ์ทรงปืน พิมพ์ใหญ่พิเศษ ชินเงิน(ไม่มีซุ้ม) ลพบุรี

 

พระนารายณ์ทรงปืน เป็นพระพิมพ์มีพระ 3 องค์ อยู่ด้วยกัน องค์กลางปางนาคปรก คือพระชัยพุทธมหานาถ ด้านขวาคือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ด้านซ้ายคือนางปรัชญาปรมิตา

พุทธลักษณะ องค์กลางเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกประทับนั่งขัดสมาธิราบบนขนดหางนาค 4 ชั้น เป็นแท่นยกสูงจากพื้น ทรงเครื่องราชาภรณ์ พระเศียรกลมมนทรงเทริด พระเกศ เป็นต่อมสั้น พระพักตร์กว้างสี่เหลี่ยม พระกรรณยาวจรดพระอังศา ครองจีวรแนบเนื้อห่มเฉียง พระอุระกว้าง พระอุทรคอด พระกรขวาวางทับพระกรซ้ายหงายบนพระเพลา พระชงฆ์ขวาวางบนพระชงฆ์ซ้ายหงายพระบาท ด้านหลังพระเศียรองค์กลางเป็นนาคแผ่พังพาน 7 เศียร ขนาบข้างเป็นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และนางปรัชญาปารมิตา ประทับยืนสูงระดับพระศอองค์กลาง บนแท่นยกลอย
ด้านหลังพระพิมพ์ผิวเรียบเป็นแอ่งท้องกระทะ

1.วัสดุที่ใช้สร้าง สร้างด้วยชินเงิน ส่วนผสมหลักคือชินตะกั่วกับดีบุก ได้จำนวนตามต้องการแล้ว นำไปบรรจุกรุด้วยเวลายาวนาน ผิวภายนอกทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อม เกิดสนิมตีนกาสีดำทั้งองค์ ผิวระเบิดผุกร่อน คราบไคลกรุเป็นผงฝุ่นดินละเอียดเคลือบติดแน่น แทรกไปกับสนิม ติดตามซอกลึกเห็นได้ชัดเจน
ขนาดพระพิมพ์ ฐานกว้าง 4 ซม. สูง 5.5 ซม. หนา 3 มม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง สร้างตามคติพุทธมหายาน ศิลปะลพบุรียุคหลัง ราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 อายุราว 700 ปี สร้างโดยฝีมือช่างขอม(เขมร) ซึ่งแผ่อำนาจเข้ามาครองเมืองละโว้เวลานั้น บรรจุกรุไว้ที่ลพบุรี และเมืองอื่นที่เป็นบริวารโดยรอบ เช่น สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ฯลฯ พระพิมพ์สกุลลพบุรี ขุดค้นพบตามเนินดินทั่วไปเป็นส่วนมาก สมัยหลังพบตามเจดีย์และวักโบราณเมื่อขอมเสื่อมอำนาจลง

พุทธคุณ ยอดเยี่ยมทางด้านคงกระพันชาตรี  

พระนารายณ์ทรงปืน พิมพ์เล็ก เนื้อผงดำ ลพบุรี



 

พระนารายณ์ทรงปืน เป็นพระพิมพ์มีพระ 3 องค์ อยู่ด้วยกัน องค์กลางปางนาคปรก คือพระชัยพุทธมหานาถ ด้านขวาคือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ด้านซ้ายคือนางปรัชญาปรมิตา

พุทธลักษณะ องค์กลางเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกประทับนั่งขัดสมาธิราบบนรัตนบัลลังก์สูง 5 ชั้น ทรงเครื่องราชาภรณ์ พระเศียรกลมมนทรงเทริด พระเกศ เป็นต่อมสั้น พระพักตร์กว้างสี่เหลี่ยม พระอุระกว้าง พระอุทรคอด ครองจีวรแนบเนื้อห่มเฉียง ผ้าสังฆาฏิพาดยาวจรดพระนาภี พระกรขวาวางทับพระกรซ้ายหงายพระหัตถ์บนพระเพลา พระชงฆ์ขวาวางบนพระชงฆ์ซ้ายหงายพระบาท ด้านหลังพระเศียรองค์กลางเป็นนาคแผ่พังพาน 7 เศียร ขนาบข้างคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระนางปรัชญาปารมิตา ประทับยืนสูงระดับพระศอองค์กลาง บนแท่นยกลอย
ทั้งหมดรวมอยู่ในกรอบโค้งรูปใบเทศเส้นนูน 3 เส้น ภายนอกเป็นกรอบโค้งรูปปลายใบหอก ฐานซุ้มวางเท้าบนเสาสั้น ฐานล่างเป็นแท่นเส้นนูนเล็กและใหญ่ยาวตลอด
ด้านหลังเรียบ กดแต่งพิมพ์เป็นเส้นลายผ้าเนื้อหยาบ ปรากฏลายนิ้วมือกดแต่งอยู่ทั่วไป ขอบข้างแต่งโค้งลงบรรจบที่กรอบด้านหน้า

1.วัสดุที่ใช้สร้าง ส่วนผสมเป็นผงใบลานเผาสีดำ บดกรองละเอียดผสมผงว่าน พิมพ์แบบ ถอดพิมพ์ อบด้วยความร้อน 500 องศาเซลเซียส ได้พระพิมพ์ผงดำสนิททั้งองค์ ผิวเนียนละเอียด คราบไคลกรุเป็นฝ้ามีเทาบางๆ เคลือบติดผิวแน่น
ขนาดพระพิมพ์ ฐานกว้าง 2.5 ซม. สูง 3.5 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง สร้างตามคติพุทธมหายาน ศิลปะลพบุรียุคหลังราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 อายุ 700 ปี สร้างโดยฝีมือช่างขอม ซึ่งแผ่อำนาจเข้ามาครองเมืองละโว้เวลานั้น บรรจุกรุไว้ที่ลพบุรี และเมืองอื่นที่เป็นบริวารโดยรอบ เช่น สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ฯลฯ พระพิมพ์สกุลลพบุรี ขุดค้นพบตามเนินดินทั่วไปเป็นส่วนมาก

พุทธคุณ ยอดเยี่ยมทางด้านคงกระพันชาตรี

พระนารายณ์ทรงปืน ชินเงิน ลพบุรี

 

เป็นพระพิมพ์ 3 องค์อยู่ด้วยกัน พระสำคัญคือองค์กลาง เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกคือพระชัยพุทธมหานาถ ขนาบข้างด้านขวาคือพระอวโลกิเตศวร ด้านซ้ายคือนางปรัชญาปรมิตา

พุทธลักษณะ องค์กลางเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกประทับนั่งขัดสมาธิราบบนรัตนบัลลังก์สูง 5 ชั้น เล็กใหญ่ลดหลั่นกัน ทรงเครื่องราชาภรณ์ พระเศียรกลมมน พระเกศาเป็นเส้นผมหวีรวบขึ้นไปบรรจบพระเมาลี พระเกศเป็นต่อมสั้น ไรพระศกกวาดโค้ง พระพักตร์กว้างสี่เหลี่ยม พระนลาตกว้าง พระขนงเป็นเส้นนูนตื้น พระเนตรรูปเม็ดงานอน พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แบะ พระหนุป้าน พระปรางอวบอิ่ม พระกรรณยาวจรดพระอ้งศา พระศอสวมสังวาล พระอุระกว้าง ครองจีวรแนบเนื้อห่มเฉียง ผ้าสังฆาฏิพาดลงถึงพระนาภี พระกรขวาวางทับพระกรซ้ายหงายพระหัตถ์บนพระเพลา พระชงฆ์ขวาวางบนพระชงฆ์ซ้ายหงายพระบาท ด้านหลังพระเศียรเป็นนาคแผ่พังพานปรก 7 เศียร
ด้านขวาองค์พระ เป็นพระอวโลกิเตศวร 4 กร ทรงเครื่องประทับยื่นบนแท่น พระหัตถ์ขวาบนทรงประคำ พระหัตถ์ขวาล่างทรงดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายบนทรงหนังสือ พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงหม้อน้ำ มีพระชยานิพุทธมิตาภะประทับอยู่บนมวยผม
ด้านซ้ายองค์พระเป็นนางปรัชญาปารมิตาเทวีแห่งปัญญา ทรงเครื่องประทับยืนบนแท่น พระหัตถ์ขวาทรงหนังสือ พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว
ทั้งหมดรวมอยู่ในกรอบซุ้มโค้งรูปใบเทศเส้นนูนคู่ขนาน 3 เส้นชิดกัน บนขอบเส้นนอกตกแต่งประดับด้วยเส้นนูนขนนกสั้นพลิ้วไหววางตั้งบนเสาสั้น ฐานล่างเป็นเส้นนูนยาวตลอด
ด้านหลังเรียบ กดแต่งพิมพ์เป็นเส้นลายผ้าเนื้อหยาบ

1.วัสดุที่ใช้สร้าง สร้างด้วยชินเงิน ส่วนผสมหลักคือชินตะกั่วกับดีบุก ได้จำนวนตามต้องการสร้างแล้วนำบรรจุกรุด้วยเวลายาวนาน ผิวภายนอกทำปฏิกิริยากับสภาพแวดล้อม เกิดสนิมสีดำทั้งองค์ เรียกว่าสนิมตีนกา  คราบไคลกรุเป็นผงฝุ่นดินละเอียดเคลือบติดแน่นบางๆ แทรกไปกับสนิมทั้งด้านหน้าและหลัง
ขนาดพระพิมพ์ ฐานกว้าง 5 ซม. สูง 6 ซม. หนา 2 มม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง สร้างตามคติพุทธมหายาน ศิลปะลพบุรี สมัยพระเจ้าชัยวรมันมหาราช กษัตริย์องค์สุดท้ายองอาณาจักรขอม(เขมร) พุทธศตวรรษที่ 18-19 อายุราว 700 ปี สร้างโดยฝีมือช่างขอมที่แผ่อำนาจเข้ามาครองอาณาจักรทวาราวดี โดยมีเมืองละโว้เป็นศูนย์กลาง และเริ่มต้นกำเนิดศิลปะลพบุรี ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16 พระพิมพ์สกุลลพบุรี ขุดค้นพบตามเนินดินทั่วไปเป็นส่วนมาก นอกจากลพบุรีแล้วยังพบที่เมืองบริวารรอบนอกอีก เช่น สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เป็นต้น

พุทธคุณ ยอดเยี่ยมทางด้านคงกระพัน