วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระสมเด็จวัดระฆังฯ ผงขาวเนื้อกระเบื้อง พิมพ์ขนมเปียะ

 

พระสมเด็จวัดระฆังฯ ผงขาวเนื้อกระเบื้อง พิมพ์ขนมเปียะ (มีน้อยมาก หายาก) วัดระฆังโฆสิตาราม  ธนบุรี กรุงเทพมหานคร

พุทธลักษณะ องค์พระประทับนั่งราบ ปางสมาธิ บนฐานชุกชี 3 ชั้น ชั้นบนทรงกระบอกยาวตัน ชั้นกลางเป็นแท่นขาสิงห์รูปคมขวาน ชั้นล่างเป็นแท่นแบนหนาปลายทั้งสองตัดสอบขึ้นบน องค์พระมีพระวรกายเรียวยาว พระพักตร์รูปไข่เรียบเกลี้ยง พระเศียรกลม พระเกตุมาลาเรียวยาวแหลมทะลุครอบแก้ว พระศอเป็นลำยาว พระพาหา-พระกรทอดโค้งลงเข้าใน พระหัตถ์วางประสานกันลักษณะทรงสมาธิ ผนังหลังองค์พระราบเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งอื่นใด ทั้งหมดรวมอยู่ในซุ้มครอบแก้ว เส้นหวายผ่าครึ่ง กรอบนอกเป็นกรอบกระจกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ

1.วัสดุใช้สร้าง ผงหินปูนเปลือกหอยเผาเป็นหลัก ผงวิเศษทั้งห้าได้แก่ ผงอิทธิเจ ปถมัง มหาราช ตรีนิสิงเห และผงพุทธคุณ ข้าวสุกก้นบาตร อาหารคำไหนอร่อย ท่านคายออกมาผสม เกสรและเถ้าธูปบูชาพระทั้งหมดตากแห้ง นำมาคลุกเข้าด้วยกัน โขลกตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียว ใส่กาวหนังและน้ำนวดให้เหนียวเหมือนดินน้ำมัน ปั้นเป็นก้อนพอเหมาะ วางใส่ลงแม่พิมพ์กดทับด้วยวัสดุแผ่นเรียบให้เต็มพิมพ์ถอดออกหงายด้านขึ้นไม่ตัดขอบ ผึ่งในที่ร่มให้แห้งสนิท ได้พระพิมพ์ผงขาวเหมือนกระเบื้องโปนเลน แข็งแกร่ง ผิวเป็นมันวาว ใช้กล้องขยาย 10 เท่าส่องดูเห็นมวลสารเล็กละเอียด ได้แก่สีขาวของของปูนเปลือกหอย และดินสอพองของผงวิเศษทั้ง 5 สีขาวใสขุ่นจากข้าวสุก สีนำตาลจากเกสรดอกไม้ สีดำจากเถ้าธูป สีแดงสดเปลือกพริกจากอาหาร
ด้านหลังผิวเรียบเป็นมัน กรอบกลมรีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 x 5 ซม. เส้นขอบข้างแตกเป็นริ้วหนา 4 - 5 มม. กรอบกระจกสี่เหลี่ยม ขนาด กว้างฐาน 2.5 ซม. สูง 3.7 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง เป็นพระพิมพ์สมัยรัตนโกสินทร์ยุคกลาง พุทธศตวรรษที่ 25 เป็นศิลปะผสม 3 แบบประยุกต์เข้าด้วยกัน ได้แก่ ศิลปะทวาราวดีองค์พระครองจีวรแนบเนื้อ ไม่มีการตกแต่งใดๆทั้งองค์พระและนอกองค์พระ ศิลปะสุโขทัยได้แก่พระเกศเปลวยาวพริ้ว พระพักตร์รูปไข่ พระวรกายเรียวยาวสมส่วน เน้นองค์พระเป็นสำคัญ เป็นศิลปะบริสุทธิ์ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ได้แก่องค์พระประทับบนฐานชุกชีเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงสูงเหมือนฉัตร ประดิษฐานภายในซุ้มครอบแก้ว เป็นเส้นหวายผ่าครึ่ง เส้นซุ้มชนิดนี้ไม่มีในสมัยใด
พระพิมพ์นี้สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี ระหว่าง พ.ศ. 2409 – 2415 อายุถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2559 ประมาณ 134 – 150 ปี

พุทธคุณ แคล้วคลาด, เมตตามหานิยม, อธิษฐานทำน้ำมนต์รักษาโรค  


พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ






พระสมเด็จวัดระฆังฯ เนื้อปูนปั้นผงตะไบทอง

 

พระสมเด็จวัดระฆังฯ เนื้อปูนปั้นผงตะไบทอง วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี กรุงเทพมหานคร

พุทธลักษณะ องค์พระประทับนั่งราบ ปางสมาธิ บนฐานชุกชี 3 ชั้น ชั้นบนเป็นทรงกระบอกยาวตัน ชั้นกลางเป็นแท่นขาสิงห์รูปคมขวาน ชั้นล่างเป็นแท่นแบนหนาปลายทั้งสองตัดสอบขึ้นบน องค์พระมีพระวรกายเรียวยาว พระพักตร์รูปไข่เรียบเกลี้ยง พระเกตุมาลาเรียวยาวแหลมทะลุกรอบกระจก พระศอเป็นลำยาว พระพาหา-พระกรทอดโค้งลงเข้าใน พระหัตถ์วางประสานกันลักษณะทรงสมาธิ ผนังหลังองค์พระราบเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งอื่นใด ทั้งหมดรวมอยู่ในซุ้มครอบแก้ว เส้นหวายผ่าครึ่ง กรอบนอกเป็นกรอบกระจกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ

1.วัสดุใช้สร้าง ผงหินปูนเปลือกหอยเผาเป็นหลัก ผงวิเศษทั้งห้าได้แก่ ผงอิทธิเจ ปถมัง มหาราช ตรีนิสิงเห และผงพุทธคุณ ผงตะไบทองคำที่ร้านทองนำมาถวายใช้โรยแม่พิมพ์ ดอกไม้แห้ง และเถ้าธูปบูชา คราบไคลปูนผนังผนังโบสถ์วิหาร ข้าวสุกก้นบาตร เนื้อกล้วยน้ำ ว่านมงคลทั้งหลายเหล่านี้ตากแห้ง นำมาคลุกเข้าด้วยกัน โขลกตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียว ใส่กาวหนังและน้ำนวดให้เหนียวเหมือนดินน้ำมัน ปั้นกลึงเป็นเส้นกลมยาว ตัดเป็นท่อนผ่าครึ่ง วางใส่ลงแม่พิมพ์กดทับด้วยวัสดุแผ่นเรียบให้เต็มพิมพ์ ถอดออกหงายด้านขึ้น ตัดขอบสี่ด้านด้วยองมีคม ผึ่งในที่ร่มให้แห้งสนิท ได้พระพิมพ์ปูนปั้นแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา ผิวหดเหี่ยวจากการผสมมวลสารหลากหลายชนิด ใช้กล้องขยาย 10 เท่าส่องดูเห็นมวลสารเล็กละเอียด เนื้อสีเหลืองอ่อนจากปูนเปลือกหอย และเนื้อกล้วยสีขาว และเป็นเม็ดโตผุดขึ้นบนผิวจากดินสอพองผงวิเศษทั้ง 5 สีทองจากผงตะไบทอง สีขาวใสขุ่นจากข้าวสุก สีนำตาลจากเกสรดอกไม้ สีดำจากเถ้าธูป สีขาวหม่นจากคราบไคลฝาผนังโบสถ์ ด้านหลังแบนเรียบผิวหดเหี่ยวเป็นเนื้อสังขยาจากการหดตัวของมวลสาร
ขนาด กว้างฐาน 2.3 ซม. สูง 3.5 ซม. หนา 4 มม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง เป็นพระพิมพ์สมัยรัตนโกสินทร์ยุคกลาง พุทธศตวรรษที่ 25 เป็นศิลปะผสม 3 แบบประยุกต์เข้าด้วยกัน ได้แก่ ศิลปะทวาราวดีองค์พระครองจีวรแนบเนื้อ ไม่มีการตกแต่งใดๆทั้งองค์พระและนอกองค์พระ ศิลปะสุโขทัยได้แก่พระเกศเปลวยาวพริ้ว พระพักตร์รูปไข่ พระวรกายเรียวยาวสมส่วน เน้นองค์พระเป็นสำคัญ เป็นศิลปะบริสุทธิ์ ศิลปะรัตนโกสินทร์ ได้แก่องค์พระประทับบนฐานชุกชีเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงสูงเหมือนฉัตร ประดิษฐานภายในซุ้มครอบแก้ว เป็นเส้นหวายผ่าครึ่ง เส้นซุ้มชนิดนี้ไม่มีในสมัยใด
พระพิมพ์นี้สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี ระหว่าง พ.ศ. 2409 – 2415 อายุถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2559 ประมาณ 134 – 150 ปี

พุทธคุณ แคล้วคลาด, เมตตามหานิยม, รักษาโรค  


พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ






พระลพบุรี-ศรีวิชัย กรุลพบุรี

 

พระลพบุรี-ศรีวิชัย กรุลพบุรี

พุทธลักษณะ องค์พระประทับนั่งราบลอยองค์ ปางมารวิชัย พระวรกายผอมเรียว พระเศียรสวมเทริดกลีบบัว พระพักตร์กลม พระเนตรและพระนาสิกเห็นรำไร พระกรรณใหญ่ พระศอตื้น พระอุระกว้างทรงกรองศอ พระกฤษฎีคอด ครองจีวรแนบเนื้อห่มคลุมเปิดไหล่ขวา สังฆาฏิพาดยาวถึงพระอุทร พระนาภีบุ๋ม พระพาหาทอดลงข้างลำพระองค์ ต้นพระพาหาทรงพาหุรัด พระกรขวายกขึ้น พระหัตถ์วางคว่ำบนพระชานุ ลักษณะเข่านอก พระกรซ้ายพับโค้งเข้าใน พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลาประทับนั่ง พระชานุขวาพับเข้าในหงายพระบาทบนพระชงฆ์ซ้ายที่พับเข้าในอยู่ด้านล่าง ประดิษฐานบนรัตนบัลลังก์บัวหงาย 6 กลีบใหญ่ ฐานล่างเป็นบัวเม็ดเรียงเป็นแนวยาวหน้ากระดาน ด้านหลังพระพิมพ์แบนเป็นคลื่นจากรอยนิ้วมือกดแต่ง

1.วัสดุใช้สร้าง ดินเหนียวมีทรายในเนื้อบดกรองละเอียด ผงแร่ดอกมะขาม ว่าน108 โขลกตำละเอียดเป็นเนื้อเดียว ใส่กาวหนัง น้ำอ้อยเคี่ยวและน้ำ นวดให้อ่อนเหนียวเหมือนดินน้ำมัน กลึงเป็นเส้นกลม ตัดเป็นท่อนยาวพอเหมาะ วางใส่ลงแม่พิมพ์ ใช้นิ้วมือกดคลึงให้แน่นเต็มพิมพ์ แคะออกหงายด้านหน้าขึ้น ปาดขอบด้วยของมีคม ใช้นิ้วมือลบสันขอบแต่งให้มนไม่เป็นเหลี่ยม  ผึ่งในร่มให้แห้ง เผาไฟอุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียส ได้พระพิมพ์ดินเผาสีแดงส้ม ผิวเรียบ แข็งแกร่ง เนื้อหยาบเล็กน้อย คราบไคลสีขาวเทาเคลือบบางบนผิวเป็นผงฝุ่นโคลนผสมน้ำหินปูนที่แห้งสนิทแล้ว
ขนาด ฐานกว้าง 3.5 ซม. สูง 6 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง เป็นพระพิมพ์สมัยลพบุรียุคต้น พุทธศตวรรษที่16 อายุ
อายุ 1,000 ปี ร่วมกับสมัยศรีวิชัยยุคกลาง จึงได้รับอิทธิพลศิลปะศรีวิชัยเข้ามาผสมจากสองอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองเคียงคู่กัน สร้างตามคติพุทธศาสนาหินยานของศรีวิชัย และคติมหายานของขอมลพบุรี โดยช่างฝีมือขอมที่ขยายอำนาจเข้ามาครอบครองรัฐละโว้ที่เป็นศูนย์กลางอำนาจเดิมในภาคกลางสุวรรณภูมิรวมทั้งเมืองบริวารโดยรอบ นำศิลปะขอมเข้ามาเผยแพร่เป็นต้นกำเนิดศิลปะลพบุรี บรรจุกรุสืบต่อพระพุทธศาสนาตามคติความเชื่อของชาวสุวรรณภูมิ คือประเทศไทยในปัจจุบัน ค้นพบพระพิมพ์ตามกรุเนินดินมากมายทั่วไป มิใช่ตามสถูปวัดวาอาราม นอกจากย้ายมาบรรจุภายหลัง

พุทธคุณ แคล้วคลาด, มหาอุด, คงกระพัน 

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระนางจามเทวีพิมพ์พระภิกษุณี กรุลำพูน

 

พระนางจามเทวีพิมพ์พระภิกษุณี กรุลำพูน

พุทธลักษณะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิ บนผ้าปูรองนั่ง พระวรกายอวบสมบูรณ์ ทรงเครื่องราภรณ์ พระเศียรสวมเทริดกลีบบัวทรงสูง พระพักตร์รูปไข่ พระนลาฏแคบ พระขนงโค้งยาวติดพระเนตรโปน พระนาสิกโด่งสัน พระนาสิกเชื่อมติดพระขนง พระโอษฐ์แบะ พระหนุสั้น พระปรางเรียว พระกรรณสวมกุณฑลยาวพาดเลยพระอังสา พระอุระสวมทับทรวง ครองจีวรแนบเนื้อห่มคลุมเปิดไหล่ขวา สังฆาฏิพาดยาวจรดพระนาภี พระพาหาสวมพาหุรัดทอดลงข้างลำพระองค์ พระกรขวายกขึ้น พระหัตถ์วางคว่ำบนพระชานุ พระกรซ้ายพับโค้งเข้าใน พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา พระชงฆ์ซ้ายพับเข้าในสอดใต้พระชงฆ์ขวาในท่าขัดสมาธิเพชร พระพิมพ์ลอยองค์ ไม่มีกรอบ  ด้านหลังเรียบอูมนูนเล็กน้อย

1.วัสดุใช้สร้าง ดินเหนียวมีกรวดทรายเล็กน้อยบดกรองละเอียด ผงศิลาแลง โขลกตำผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ใส่กาวหนังและน้ำนวดให้เหนียวเหมือนดินน้ำมัน ปั้นเป็นก้อน กดลงแม่พิมพ์ แคะออกหงายด้านหน้าขึ้น ผึ่งในร่มให้แห้ง เผาไฟอุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส ได้พระพิมพ์ดินเผาสีแดงอ่อน ผิวเรียบ แข็งแกร่ง เนื้อละเอียด มีแร่ดอกมะขามและเม็ดกรวดทรายขนาดเล็กผุดบนผิว
ขนาด ฐานกว้าง 3.3 ซม. สูง 5.5 ซม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง เป็นพระพิมพ์พระนางจามเทวีทรงเครื่องผนวชเป็นภิกษุณี ตามขนบธรรมเนียม ที่พระมหากษัตริย์ในยุคสมัยก่อนหน้านี้มักปฏิบัติ
พระนางจามเทวี เป็นปฐมกษัตรีย์แห่งรัฐหริภุญไชยนคร ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่13 อายุ 1,300 ปี
พระพิมพ์สร้างเป็นศิลปะหริภุญไชยยุคปลาย พุทธศตวรรษที่16 อายุ 1,000 ปีได้ประยุกต์ฝีมือช่างรวมกันกลายเป็นพระพิมพ์มีศิลปะสูงแบบหนึ่ง ผสมศิลปะลพบุรี เรียกว่า “ละโว้-หริภุญไชย” ช่างพื้นเมืองชาวมอญโบราณสร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระปฐมกษัตริย์พระองค์นั้นที่เป็นบรรพชน เป็นประจักษ์พยานเพื่อแสดงให้รู้ว่าพระนางจามเทวีมีตัวตนจริง

พุทธคุณ พระนางจามเทวีเป็นหญิงชาตินักรบ ดังนั้นพุทธคุณจึงสูงด้าน คงกระพัน มหาอุด, แคล้วคลาด

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พระสมเด็จวัดระฆังฯ ผงดำเหล็กน้ำพี้

 

 

 

พระสมเด็จวัดระฆังฯ ผงดำเหล็กน้ำพี้ พิมพ์พระประธาน วัดระฆังโฆสิตาราม  ธนบุรี กรุงเทพมหานคร

พุทธลักษณะ องค์พระประทับนั่งราบ ปางสมาธิ บนฐานชุกชี 3 ชั้น ชั้นบนเป็นทรงกระบอกยาวตัน ชั้นกลางเป็นแท่นขาสิงห์รูปคมขวาน ชั้นล่างเป็นแท่นแบนหนาปลายทั้งสองตัดสอบขึ้นบน องค์พระมีพระวรกายเรียวยาว พระพักตร์รูปไข่เรียบเกลี้ยง พระเกตุมาลาเรียวยาวแหลมทะลุกรอบกระจก พระศอเป็นลำยาว พระพาหา-พระกรทอดโค้งลงเข้าใน พระหัตถ์วางประสานกันลักษณะทรงสมาธิ ผนังหลังองค์พระราบเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งอื่นใด ทั้งหมดรวมอยู่ในซุ้มครอบแก้ว เส้นหวายผ่าครึ่ง กรอบนอกเป็นกรอบกระจกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ

1.วัสดุใช้สร้าง ใบลานและสมุดข่อยที่เป็นคัมภีร์ลงอักขระเลขยันต์และพระคาถาต่างๆ เสื่อมสภาพจากการใช้งาน ผุพังลบเลือน ตัดเป็นชิ้นเล็กๆใส่บาตรหรือหม้อดิน ปิดฝาสุมไฟเผาด้านนอก ได้ผงถ่านดำ ผงวิเศษทั้งห้า ได้แก่ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห และผงพุทธคุณ พระดินเผากำแพงทุ่งเศรษฐีชำรุดแตกหักป่นเป็นผง แร่เหล็กน้ำพี้ป่นเป็นผง เกสรดอกไม้แห้งบูชาพระป่นเป็นผง สนิมหยกสีเขียวจากผิวพระบูชาโบราณเนื้อสำริดที่ผุพังป่นเป็นผง ข้าวสุกก้นบาตร ว่านมงคล 108 ทั้งหลายเหล่านี้ นำมาคลุกเข้าด้วยกัน ผสมโขลกตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียว ใส่น้ำมันตังอิ้วเป็นกาว นวดให้เหนียวเหมือนดินน้ำมัน ปั้นกลึงเป็นเส้นยาว ตัดเป็นท่อนผ่าครึ่ง กดลงแม่พิมพ์ ถอดออกจากแบบพิมพ์ หงายด้านหน้าขึ้น ตัดขอบสี่ด้านด้วยของมีคม วางเรียงในกระด้งผึ่งให้แห้ง ได้พระพิมพ์ผงดำสีดำจัด แข็งแกร่ง ผิวเรียบเป็นมันวาวงดงาม ใช้กล้องขยาย 10 เท่าส่องดู เห็นมวลสารขนาดเล็กได้แก่ สีดำผงถ่านใบลานเผา  สีขาวดินสอพอง ผงวิเศษทั้งห้า สีแดงอิฐพระกำแพงทุ่งเศรษฐี  สีเขียวสนิมหยกจากพระสำริด สีน้ำตาลเกสรดอกไม้ สีน้ำตาลแดงสนิมแร่เหล็กน้ำพี้ สีขาวใสขุ่นจากข้าวสุก ความฉ่ำหนึกนุ่มจากว่าน 108 และน้ำมันตังอิ้ว คราบขาวฝ้าขาวเหมือนขี้กรุจากแป้งโรยพิมพ์ โดยเฉพาะเมื่อมีส่วนผสมของแร่เหล็กน้ำพี้ จึงทำให้ดูดติดแม่เหล็กด้วย เป็นการเพิ่มอิทธิฤทธิ์มาแต่โบราณ เช่น พระเครื่องเมืองพิจิตร ที่มีขนาดเล็ก จิ๋วแต่แจ๋ว
ขนาด กว้างฐาน 2.4 ซม. สูง 3.7 ซม. หนา 5 มม.

2.ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง เป็นพระพิมพ์สมัยรัตนโกสินทร์ยุคกลาง พุทธศตวรรษที่ 25 เป็นศิลปะผสม 3 แบบประยุกต์เข้าด้วยกัน ได้แก่ ศิลปะทวาราวดีองค์พระครองจีวรแนบเนื้อไม่มีการตกแต่งใดๆทั้งองค์พระและนอกองค์พระ ศิลปะสุโขทัยคือพระเกศเปลวยาวพริ้ว พระพักตร์รูปไข่ พระวรกายเรียวยาวมีความเรียบง่าย เน้นองค์พระเป็นสำคัญ เป็นศิลปะบริสุทธิ์ ศิลปะรัตนโกสินทร์ คือองค์พระประทับบนฐานชุกชีเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงสูง ประดิษฐานในซุ้มกรอบกระจก สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ระหว่าง พ.ศ. 2409-2415 อายุถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2559 ประมาณ 134-150 ปี

พุทธคุณ แคล้วคลาด, เมตตามหานิยม, รักษาโรค  

พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ