วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

พระของขวัญวัดปากน้ำ รุ่น 3 พิมพ์ลึก วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี กทม.

 

พระของขวัญวัดปากน้ำ รุ่น 3 พิมพ์ลึก วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี กทม.

เป็นพระผงองค์เล็กๆ ที่หลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) ได้สร้างขึ้น มีทั้งหมด 3 รุ่นคือ รุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 มีทั้งพิมพ์ตื้นละพิมพ์ลึก ท่านมิได้ปลุกเสกด้วยคาถาใดๆ แต่กระทำให้สำเร็จขึ้นมาด้วยวิธีทำสมาธิภาวนาตามหลักวิชาธรรมกายของท่าน จึงคงความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณานุภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วไป

ท่านได้สร้างพระพิมพ์พระของขวัญในปีพ.ศ.2493 ให้แก่ประชาชนที่มีจิตศรัทธา บริจาคทรัพย์ก่อสร้างโรงเรียนที่มีจิตศรัทธา บริจาคทรัพย์ก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดปากน้ำ ชื่อพระพิมพ์นี้ว่า “พระของขวัญ” และจะแจกให้เพียงคนละองค์เท่านั้น

สำหรับพระของขวัญรุ่น 3 นี้ หลวงพ่อสดได้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2499  จำนวน 84,000 องค์ โดยทำพิธีบรรจุพุทธานุภาพตามหลักวิชาธรรมกาย ภายหลังเมื่อหลวงพ่อสดได้มรณภาพลงแล้วถึง 3 ปี ทางวัดจึงได้นำพระของขวัญรุ่น 3 นี้ออกจำหน่ายจ่ายแจกให้ประชาชนได้เช่าบูชา คือได้เริ่มนำออกแจกตั้งแต่ปีพ.ศ.2505 เป็นต้นมา จนหมดลงในปีพ.ศ.2514


พุทธคุณ พระของขวัญนี้เมื่อท่านทั้งหลายได้รับไปแล้ว จงเก็บรักษาไว้ให้ดี เมื่อมีอุปสรรคใดเกิดขึ้นก็ดี จงตั้งจิตอธิษฐานเอาเถิด แล้วหลับตาน้อมเอาองค์พระเข้าไปตั้งไว้ ในศูนย์กลางกายข้างใน แล้วให้บริกรรมภาวนาว่า “สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง มีประสบการณ์ด้านโชคลาภ แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง  ค้าขายคล่อง กำไรงาม มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทั้งราชการและเอกชนเป็นต้น มีความรุ่งโรจน์ของชีวิตในชาตินี้


วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จคะแนน วัดประสาทบุญญาวาส สามเสน กทม. สร้างปี 2506

 


พระสมเด็จคะแนน วัดประสาทบุญญาวาส สามเสน กทม. สร้างปี 2506 (รุ่นหลวงปู่ทวด เนื้อผงสีขาว, สีดำ, สีชมพู) เป็นพระผงปูนขาวผสมด้วยผงบดละเอียดพระสมเด็จบางขุนพรหมชำรุดแตกหักที่ได้จากการเปิดกรุเจดีย์วัดบางขุนพรหมในปี 2500 (พระสมเด็จกรุใหม่)
ขนาดฐานกว้าง 0.8 ซม. สูง 1.0 ซม.

พุทธคุณ ดีทางเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง




วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

พระนางกำแพงอู่ทอง พิมพ์อู่ทอง กรุลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

 

พระนางกำแพงอู่ทอง พิมพ์อู่ทอง กรุลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร

กำแพงเพชรกับเมืองอู่ทองมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมากและคุณวิเศษด้านโชคลาภ ด้านเงินทอง ก็เป็นคุณวิเศษของพระเครื่องทุ่งเศรษฐี

การพิจารณาเรียกว่าทรงอู่ทองหรือศิลปะอู่ทองควรจะมีลักษณะดังนี้
ก.พระพักตร์ ควรจะยาวสักหน่อย การเปรียบเทียบระหว่างพระองค์เล็กหารายละเอียดแบบพระพุทธรูปยาก
ข.องค์พระ มีส่วนสูงชะลูดมากกว่าศิลปะแบบอื่น
ค.องค์พระ จะแบนไม่นูน
ง.ส่วนท้อง ไม่นูนเป็นลอน
จ.หน้าตัก จะเว้ากลาง
ฉ.ลำขา ส่วนมากเท่าที่เห็นมีขนาดใหญ่คล้ายศิลปะเชียงแสน
ช.พระพิมพ์มีกรอบนอกเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วฐานแคบ

พุทธลักษณะ
1. องค์พระประทับนั่งราบ ปางมารวิชัย พระเศียรเล็กกลม พระศกเรียบ พระเมาลีเป็นมวยเล็กสามชั้น พระเกศรูปดอกบัวตูม พระพักตร์รูปไข่ ปรากฏพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์และพระกรรณรางๆ พระศอเป็นร่องตื้น
2. พระอังสากว้างสมส่วน พระอุระแนบนูนเล็กน้อย ครองจีวรแนบเนื้อ ห่มดองเปิดไหล่ขวา เส้นจีวรเป็นร่องพาดโค้งลงใต้พระถันขวา พระกฤษฎีเรียวคอดไม่มีลอนท้อง พระพาหาทอดลงข้างลงลำพระองค์ พระกรขวายกขึ้น พระหัตถ์วางคว่ำกุมพระชานุ ลักษณะเข่านอก พระกรซ้ายยกขึ้นเฉียงลงแนบพระอุทร พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3. ประทับนั่งราบ พระเพลาใหญ่ พระชงฆ์และพระบาทขวาวางซ้อนบนพระชงฆ์ซ้ายบนรัตนบัลลังก์เป็นแท่นยาวตลอดพระเพลา
4. องค์พระเป็นประติมากรรมนูนต่ำ ประดิษฐานภายในกรอบรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เส้นกรอบตัดชิดองค์พระ ด้านหลังพระพิมพ์เป็นแผ่นเรียบ ความหนาของพระพิมพ์ที่สันกรอบจัดว่าบาง เช่นเดียวกับพระนางกำแพงสามเหลี่ยมพิมพ์ตื้น

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
พระนางกำแพงเป็นพระเครื่องที่กำเนิดขึ้นโดยพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้สร้างไว้แต่อดีตกาล มีพุทธศิลปะเป็นยอดประติมากรรมอันสูงค่า ซึ่งศิลปินแห่งช่างกำแพงเพชรได้จินตนาการผนึกไว้ในพระพิมพ์นี้ด้วย ศิลปะสุโขทัยไว้อย่างงดงามยิ่ง

พระนางกำแพง มีปัญหาในดารเรียกชื่อมากที่สุด เพราะผู้สร้างไม่ยึดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน พระแบบเดียวกันตัดปีกก็มี ไม่ตัดปีกก็มี นักขุดจึงไม่สามารถตั้งชื่อได้ครบทุกพิมพ์ อย่างไรก็ดี นักขุดยังกำหนดความแตกต่างของแบบพระไว้คร่าวๆ อาศัยรูปพระส่วนใหญ่ให้เป็นที่สังเกต กำแพงเพชรเป็นที่รวมของศิลปะพระเครื่องหลายสมัย ตั้งแต่สุโขทัย เชียงแสน อู่ทอง และกำแพงเพชรเอง พระนางกำแพงอู่ทองก็เป็นพระพิมพ์หนึ่งที่รวมเอาศิลปะสุโขทัย กำแพงเพชร กับศิลปะอู่ทองเข้าด้วยกัน แล้วจัดเข้าเป้นพระเครื่องสกุลกำแพงเพชร ศิลปะอู่ทองนั้นมักจะสร้างกันเฉพาะพระบูชาเท่านั้น ศิลปะสมัยอื่นมักจะประยุกต์เอาศิลปะอู่ทองเข้ามาผสม และการตั้งชื่อพระพิมพ์มักจะมีคำว่า “อู่ทอง” กำกับไว้ด้วย

มวลสารที่ใช้สร้าง
เนื้อดินเผา วัสดุส่วนใหญ่คือดินละเอียดมีแร่ดอกมะขามปนอยู่ด้วย บดกรองเม็ดกรวดออกหมด ผสมด้วยว่านพืชสร้างเป็นพระพิมพ์รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เข้าเตาอบเผาไฟ ได้พระดินเผาสีผิวไผ่แห้ง เนื้อละเอียดหนึกนุ่ม มีแร่ดอกมะขามถูกความร้อนละลายเป็นจุดสีแดงเล็กๆลอยขึ้นบนผิว รวมทั้งราคาจุดเล็กๆ งอกขึ้นบนผิวทั้งหน้าและหลังเป็นไปตามธรรมชาติ ฝีมือมนุษย์ไม่สามารถปลอมแปลงได้
ขนาดฐานกว้าง 1.5 ซม. สูง 2.5 ซม. ขนาดสันกรอบ 0.2 ซม.

พุทธคุณ
พระพิมพ์กำแพงเพชรโดยเฉพาะ เนื้อดินเผานั้น เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วว่า มีอานุภาพยอดเยี่ยมทางด้านโชคลาภ และเมตตามหานิยม

พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560



วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จจิตรลดา รุ่นกาญจนาภิเษก พิธีเสาร์ห้า ปี2539 วัดบวรนิเวศวิหาร


 


พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์อื่นๆ





พระวัดบวรนิเวศวิหาร องค์อื่นๆ

(พระกริ่ง ดูที่ พระกริ่งองค์อื่นๆ)






วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๑




ด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ
และอำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระชัยบารมี จงดลบันดาลให้
สิ่งที่ขุ่นมัวชั่วร้าย โรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์กายทุกข์ใจ มลายสิ้นไป
ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญ อุดมด้วยโภคทรัพย์
และอริยทรัพย์ แด่ท่านผู้อ่านทุกท่านตลอดปี ๒๕๖๑
และตลอดไป เทอญ


vvv พันตำรวจโทเขียว บารมี vvv




วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระกลีบบัว หรือพระนางกำแพงกลีบบัว เศียรแฉก เนื้อดินเผา กรุลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) จังหวัดกำแพงเพชร

 

พระกลีบบัว หรือ พระนางกำแพงกลีบบัว เศียรแฉก เนื้อดินเผา กรุลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) จังหวัดกำแพงเพชร

พระพิมพ์ที่ขึ้นชื่อลือชาอีกพิมพ์หนึ่งของเมืองกำแพงเพชรคือ พระนางพญากำแพง หรือที่เรียกสั้นๆง่ายๆว่า “พระนางกำแพง” ด้วยเป็นพระที่ขึ้นจากกรุจำนวนมาก ทั้งในและนอกทุ่งเศรษฐี กระจานมาจนถึงเขตติดต่อ เช่นตากและสวรรคโลกเป็นเอกลักษณ์แห่งคำว่า นางพญาแห่งกรุงสุโขทัย ก่อนที่จะเกิดพระนางพญาสกุลช่างอยุธยา เมืองพิษณุโลกในห้วงเวลาต่อมา
พระนางกำแพงมีทั้งรูปแบบทั่วไปและรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เช่น เม็ดมะลื่น เม็ดมะเคล็ด หรือกลีบบัว สำหรับพระนางกำแพงกลีบบัวนี้ จากอดีตจนถึงปัจจุบันได้รับความนิยมต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่พระนางกำแพงกลีบบัวที่ออกมาจากกรุจำนวนมากมายมหาศาล เมื่อมีการลักลอบขุดกรุเมืองกำแพงเพชรยังเลื่องลือ ทำเป็นจำนวนมหาศาลให้แก่นักขุดจนกลายเป็นเศรษฐีย่อยๆไปตามกัน และมีพระพิมพ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นชัดสะท้อนศิลปะสุโขทัย
พระนางกลีบบัวนั้น รูปทรงกรอบส่วนมากจะตัดเหมือนกลีบดอกบัวบานปลายแหลมและส่วนท้ายที่ติดกับดอกจะมนงดงามจนยากจะบรรยาย และมีจำนวนน้อยกว่าพิมพ์แบบอื่น  ในพิมพ์ทรงอันงดงามนี้ยังมีพระนางกำแพงกลีบบัวที่หายากและเป็นที่เสาะหาของนักเลงพระทั่วไป คือ พระนางกำแพงกลีบบัวเกศแฉกนั่นเอง

พุทธลักษณะ
1.องค์พระประทับนั่งราบปางมารวิชัย พระเศียรโตป้าน พระศกโล้นเรียบ พระเมาลีต้นเห็นลางๆ พระเกศเป็นพุ่มใหญ่สูงยาวแยกเป็นแฉก นั่นคือเกศของพระพุทธรูปสุโขทัย ลักษณะเป็นเปลวเพลิงอันงดงาม  วงพระพักตร์รูปไข่เกลี้ยงเรียบไม่ปรากฏรายละเอียดรวมทั้งพระกรรณด้วย พระศอเป็นร่องตื้น
2.พระอังสากว้างสมส่วน พระอุระนูนอวบเล็กน้อย ครองจีวรแนบเนื้อห่มดองเปิดไหล่ขวา เส้นจีวรเป็นร่องพาดโค้งลงใต้พระถันขวา พระกฤษฎีเรียวคอดไม่มีลอนท้อง พระพาหาทอดลงข้างลำพระองค์ พระกรขวายกขึ้น เฉียงลงแนบพระอุทร พระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลาใหญ่กว้าน พระชงฆ์และพระบาทขวา วางซ้อนบนพระชงฆ์ซ้าย ประทับนั่งบนบัลลังก์ฐานเขียงเป็นเส้นหวายผ่าซีกยาวตลอดใต้พระเพลา
4.องค์พระเป็นประติมากรรมนูนต่ำ ประดิษฐานอยู่ภายในกรอบรูปกลีบดอกบัวบาน ด้านพระปฤษฎางค์ขององค์พระเป็นผนังแบนพื้นเรียบ ไม่มีเครื่องประดับตกแต่ง ด้านหลังพระพิมพ์นูนโค้งเล็กน้อยแบบหลังเต่าผิวเรียบมีรอยกดพิมพ์เป้นคลื่น

ยุคสมัย ศิลปะและผู้สร้าง
เมื่อสิ้นยุคของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท พระราชโอรสองค์โตขึ้นครองราชย์ ในขณะที่สุโขทัยเป็นศูนย์แห่งพระพุทธศาสนาในแผ่นดินตอนเหนือของประเทศไทย ศิลปะสุโขทัยหลั่งไหลเข้าสู่กำแพงเพชร เกิดเป็นสกุลช่างประยุกต์  เป็นศิลปะแห่งพระบูชาและพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เรียกกันติดปากว่า “ศิลปะสุโขทัย ในพระกำแพง” อันเป็นสุดยอดแห่งความงามที่มีความแตกต่างไปจากพุทธศิลป์ของสุโขทัยบริสุทธิ์ พระกรุในเมืองกำแพงเพชรมีมากมายหลากหลายกรุ แต่ละกรุได้สะท้อนภาพของงานศิลปะออกมามากมายตามจินตนาการของช่างศิลปินรังสรรค์ขึ้น พระนางกำแพงกลีบบัวเกศแฉกนี้ก็เป็นพระเครื่องพิมพ์หนึ่งในจำนวนนี้ด้วย มีอายุถึงปัจจุบันราว 600 กว่าปี

มวลสารใช้สร้าง
เนื้อดินเผา วัสดุสาวนใหญ่เป็นดินละเอียดมีแร่ดอกมะขามปนอยู่โดยธรรมชาติ บดกรองเป็นเม็ดกรวดแร่ก้อนโตออกหมด ผสมว่านพืชมีคุณวิเศษตามตำราโบราณ สร้างเป็นพระพิมพ์รูปกลีบบัว เข้าบรรจุในภาชนะเข้าเตาอบเผาไฟ จนได้พระดินเผาสีแดงเนื้อละเอียดหนึกนุ่ม มีแร่ดอกมะขามถูกความร้อนละลายเป็นจุดสีแดงเล็กๆในเนื้อดินประแต้มลอยขึ้นบนผิวขี้กรุ เป็นผงดินละเอียดสีเหลืองเทานวล เคลือบติดตามซอกลึกรวมทั้งราดำจุดเล็กๆ งอกขึ้นตามผิวกระจายเป็นหย่อมๆทั่วทั้งองค์ แสดงถึงความมีอายุยาวนานของพระพิมพ์เป็นไปตามธรรมชาติ ฝีมือมนุษย์ไม่สามารถปลอมแปลงได้
ขนาด ฐานกว้าง 1.8 ซม. สูง 2.0 ซม. หนา 0.6 ซม.

พุทธคุณ

พระเครื่องกำแพงเพชร โดยเฉพาะเนื้อดินเผานั้น เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วว่า มีอานุภาพยอดเยี่ยมทางด้านเมตตามหานิยม และโชคลาภ


พระกลีบบัว องค์อื่นๆ






วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์เศียรโต กรุวัดพิกุล ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผาสีดำ เนื้อชินรัชตาภร

 
พระนางกำแพงสามเหลี่ยม เนื้อดินเผาสีดำ

 
พระนางกำแพงสามเหลี่ยม เนื้อชินรัชตาภร

พระนางกำแพงสามเหลี่ยม พิมพ์เศียรโต กรุวัดพิกุล ลานทุ่งเศรษฐี(นครชุม) กำแพงเพชร เนื้อดินเผาสีดำ เนื้อชินรัชตาภร

พุทธลักษณะ
1.องค์พระประทับนั่งราบ ปางสะดุ้งมาร พระเศียรกลมโต พระเกศาเรียบ พระเมาลีเป็นมวยเล็ก พระเกศรดอกบัวตูม พระพักตร์รูปไข่ ปรากฏพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ พระกรรณกลืนหายไปกับพระปราง พระศอเป็นร่องตื้น
2.พระอุระอวบใหญ่แบบนักกล้าม พระอังสากว้าง พระกฤษฎีคอด พระอุทรเป็นลอน พระพาหาทอดลงกางออกเล็กน้อยข้างลำพระองค์ หักพระกัประยกพระกรขวาขึ้น พระหัตถ์วางกุมพระชานุในลักษณะเข่านอก หักพระกัประยกพระกรซ้ายเฉียงลง เข้าในพระหัตถ์วางหงายบนพระเพลา
3.ประทับนั่งราบ พระเพลากว้าง  พระชงฆ์ขวาวางราบหงายพระบาทบนพระชงฆ์ซ้ายบนอาสนะ เป็นเส้นทึบตันชั้นเดียวยาวตลอดช่วงพระเพลา
4.องค์พระเป็นปฏิมากรนูนต่ำ ประดิษฐานภายในรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ด้านพระปฤษฎางค์เป็นพื้นผนังแบนเรียบไร้เครื่องประดับตกแต่ง ส่วนด้านหลังพระพิมพ์แบนเรียบ ความหนาของสันกรอบพระพิมพ์ดินเผาบางที่สุด เช่นเดียวกับพระนางกำแพงพิมพ์ตื้น และพระนางกำแพงพิมพ์ลึก

ยุคสมัยและผู้สร้าง
พระนางกำแพง เป็นพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชร ศิลปะสุโขทัย จัดสร้างราวพุทธศตวรรษที่19 อายุถึงปัจจุบันราว 600 กว่าปี พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยช่างปฏิมากรชาวกำแพงเพชร เป็นผู้ออกแบบประดิษฐ์ขึ้น เป็นพระเครื่องตระกูลนางกำแพงสามเหลี่ยม บรรจุตามกรุพระเจดีย์วัดต่างๆบริเวณลานทุ่งเศรษฐี เปิดกรุวัดพิกุลหลังจากเปิดกรุวัดพระบรมธาตุไม่กี่ปี พบพระนางกำแพงพิมพ์เศียรโตรวมอยู่กับพระเครื่องพิมพ์อื่นๆด้วย

มวลสารใช้สร้าง
1.เนื้อดินเผาสีดำ เป็นเนื้อดินละเอียดผสมผงว่านพืช สร้างเป็นพระพิมพ์ เผาอุณหภูมิไม่สูง เพียงให้เนื้อดินแค่สุก เป็นสีดำเพื่อรักษาผงว่านไว้มากที่สุด ไม่ให้ถูกเผาเป็นขี้เถ้าหมด ได้พระพิมพ์ดินเผาเนื้อละเอียดเนียนนุ่ม ไม่มีเม็ดกรวดแร่ คราบกรุเป็นดินละเอียดสีเทานวล เคลือบติดบนผิวบางๆ ตามซอกลึก
ขนาดฐานกว้าง 1.6 ซม. สูง 2.4 ซม. หนาสันกรอบ 0.2 ซม.
2.เนื้อชินรัชตาภร (ชินเงิน) เป็นชินโลหะผสมระหว่างตะกั่วกับดีบุกเป็นหลัก หลอมละลายเข้าด้วยกันเป็นเนื้อเดียว หล่อเป็นพระพิมพ์ชินแข็ง บรรจุกรุด้วยกาลเวลาอันยาวนาน เกิดสนิมเมจกภัสสร์ เป็นสนิมดำขาบ สีดำคล้ำกร้านๆ ปกคลุมผิวทั้งองค์ รวมทั้งเกิดสนิมวปาภัสสร์  ผิวสนิมขุมที่เป็นหลุมขนมครกทั้งเล็กและใหญ่ เป็นเบ้าลึกลงไปในเนื้อ ในหลุมนั้นมีไขสีขาวนวลบรรจุอยู่ทุกหลุม เหล่านี้เป็นสนิมชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชินรัชตาภร คราบกรุเป็นฝ้าหินปูนสีขาวขึ้นปกคลุมผิวบางๆทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ขนาดฐานกว้าง 1.6 ซม. สูง 2 ซม. หนา 0.2 ซม.

พุทธคุณ เมตตามหานิยม โชคลาภ แคล้วคลาด จากภัยพิบัติทั้งปวง

อาราธนาวิธี
จากตำนานลานเงิน ได้กล่าวถึงอาราธนาวิธี สำหรับพระเมืองกำแพงเพชร ดังนี้
1.ให้ถวายพรพระ แล้วจึงเอาไว้ใช้ตามอานุภาพ ให้ระลึกถึงคุณฤๅษีที่ทำไว้นั้นเถิด ไว้อุปเท่ห์ ดังนี้
2.แม้อันตราบเท่าใดก็ดี ให้นิมนต์พระใส่ศีรษะ อันตรายทั้งปวงหายสิ้นแล
3.ถ้าจะเข้าการรณรงค์สงคราม ให้เอาพระใส่ในน้ำหอม เข้าด้วย นวหรคุณ แล้วเอาใส่ผม ศักดิ์สิทธิ์ตามปรารถนา
4.ถ้าผู้ใดจะประสิทธิ์แก่หอกดาบศัตราวุธทั้งปวง เอาพระสรงน้ำมันหอมแล้วเสกด้วย อิติปิโสภะกูราติ สก 3 ที 7 ที แล้วใส่ขันสำริด อธิษฐานตามความปรารถนาเถิด
5.ถ้าผู้ใดมาคุกคาม เอาพระสรงน้ำมันหอม ใส่ใบพลู ทาประสิทธิ์แก่คนทั้งหลาย
6.ถ้าจะสง่าเจรจาให้คนเกรงกลัว เอาพระใส่น้ำมันหอม หุงขี้ผึ้ง เสกด้วย นวคุณ 7 ที
7.จะค้าขายดี ไปทางบกและทางเรือก็ดี ให้นมัสการด้วย พาหุง แล้วเอาพระสรงน้ำมันหอม เสกด้วยคุณ อิติปิโสภะกูราติ 7 ที ประสิทธิ์แก่คนทั้งหลาย
8.ถ้าจะให้สวัสดีสถาพรทุกวัน ให้เอาดอกไม้ ดอกบัวบูชาทุกวัน ถ้าจะปรารถนาอันใด ก็ได้ทุกอันแล
9.ถ้าผู้ใดพบพระเกสรก็ดี พระว่านก็ดี พระปรอทก็ดีเหมือนกัน อย่าประมาทเผลอ อานุภาพดังกำแพงล้อมกันภัยแก่ผู้นั้น
10.ถ้าจะให้ความสูญ เอาพระสรงน้ำมันหอม เอาด้าย 11 เส้น(หมายถึงพระฤๅษี 11 ตน) ชุบน้ำมันหอม แล้วทำไส้เทียนถวายพระ อธิษฐานตามความปรารถนาเถิด
11.ถ้าผู้ใดสระหัว ให้เขียนยันต์ใส่ไส้เทียนเถิด
ทะธิวิ ผะมะ อะมะพะ ปะติพะมังคะลัง อะสังวิสุโลปุสะพุภะ  แล้วว่า นะโมไปจนจบ แล้วว่า
พาหุง แล้วว่า อิติปิโสภะกูราติ นะหะเชยมังคะลัง แล้วว่า พระเจ้า 16 พระองค์ เอาทั้งคู่
กิริมิทิ กุรุมุทุ กะระมะทะ เกเรเมเถ ตามแต่จะเสกเถิด 3 ที 7 ที วิเศษนัก ถ้าผู้ใดรู้คาถานี้แล้ว อย่าได้กลัวอันตรายใดเลย ท่านตีค่าไว้ควรเมือง จะไปรบศึก ก็คุ้มได้สารพัด แล


พระนางกำแพง องค์อื่นๆ


พระนางกำแพง พิมพ์เล็ก กำแพงเพชร วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560